มจธ.–รามาธิบดี เปิดOsscentric Medical Sandbox ดันนวัตกรรมแพทย์เฉพาะบุคคลสู่ตลาดโลก สร้างกลไกกลางเชื่อมงานวิจัย แพทย์ อุตสาหกรรม ให้ทำงานเป็นทีม ลดการนำเข้า สร้างความมั่นคงเทคโนฯการแพทย์
รศ. ดร.พชรพิชญ์
พรหมอุปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
(มจธ.) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) หรือ CTO
OsseoLabs เปิดเผยว่า Osscentric Medical Sandbox เป็ยพื้นที่นวัตกรรมกลาง เชื่อมโยงแพทย์ นักวิจัย วิศวกร
และนักพัฒนาให้ทำงานร่วมกันด้วยเครื่องมือ ระบบควบคุมคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย
ผลักดันงานวิจัยให้ใช้งานจริง โดยพัฒนา 3 เทคโนโลยี ได้แก่ AI
และ 3D Printing สำหรับออกแบบอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะบุคคลให้พอดีกับสรีระผู้ป่วย
Digital Surgical Simulation หรือระบบจำลองการผ่าตัดเสมือนจริง
เพื่อช่วยแพทย์วางแผน ฝึกซ้อมเคสซับซ้อน และ Advanced Biomaterials หรือวัสดุชีวภาพขั้นสูงที่เข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดี ช่วยลดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด
Osscentric: Medical
Technology Innovation Sandbox เป็นกิจการความร่วมมือระหว่างบริษัท
ออสซีโอแล็บส์ จำกัด (OsseoLabs) บริษัท Spin-off(กิจการแยกส่วน) ของมจธ. ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
และพันธมิตร ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์
(องค์การมหาชน) (สทนว.) หรือ TILSNA เป็นพื้นที่กลางเชื่อมงานวิจัยในห้องแล็บกับการใช้งานจริงในโรงพยาบาล
ให้นักวิจัย วิศวกร และแพทย์ทำงานร่วมกัน
เพื่อพัฒนาอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medical
Devices) สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การทำต้นแบบ
การทดสอบทางคลินิก ไปจนถึงการใช้งานจริง
ประเทศไทยนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์กลุ่มโลหะมูลค่ากว่า
1,500 ล้านบาทต่อปี หากพัฒนาสำเร็จจะลดการนำเข้าต่อยอดสู่การส่งออก สร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุข
ขณะนี้โครงการเริ่มใช้งานแล้วหลายโรงพยาบาล
อาทิ รามาธิบดี พระมงกุฎเกล้า ราชวิถี และโรงพยาบาลอื่น ๆ กับโรคหลอดเลือด
มะเร็งช่องปาก และความผิดปกติของขากรรไกร ทั้งได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลในสิงคโปร์
เป้าหมายระยะยาวคือสร้างโมเดลธุรกิจ MedTech ที่ยั่งยืน ผลักดันนวัตกรรมฝีมือคนไทยสู่ตลาดโลก
ศ. นพ.ชาครีย์ กิติยากร
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า Osscentric Medical Sandbox เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโรงพยาบาล
งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรมแบบ Innovation Sandbox ครบวงจร เกิดการทดสอบ
ต่อยอดเทคโนโลยีที่มีการใช้งานจริงในโรงพยาบาล เป็นขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์
เป็น Translational Facility ลดช่องว่างระหว่างแนวคิดหรืองานวิจัยกับการนำไปใช้จริงกับผู้ป่วยอย่างปลอดภัย
มีมาตรฐาน ต่อยอดเชิงพาณิชย์ ก้าวสู่ระดับสากล
ดร. นพ.กรกช เกษประเสริฐ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ
หัวหน้าศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า
เดิมการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ 1 ชิ้นต้องผ่านข้อบังคับและขั้นตอนจำนวนมาก ใช้เวลานานกว่าจะถึงการใช้งานจริง
แต่ Osscentric Medical Sandbox ช่วยย่นกระบวนการวิจัยและพัฒนาให้นักวิจัย
นักพัฒนา บริษัทนำผลงานจากห้องแล็บเข้าสู่การทดสอบทางคลินิกได้เร็วขึ้น มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชนร่วมกำกับให้เป็นไปตามมาตรฐาน ความปลอดภัยระดับสูงสุด
“ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ฝังในร่างกายผู้ป่วย เดิมใช้เวลาพัฒนากว่า 10 ปี เมื่อมี Sandbox อาจลดเหลือ 6 ปี เพราะมีระบบมาตรฐาน ผู้เชี่ยวชาญดูแล ทั้งยังได้ข้อมูลการทดสอบ นำไปใช้ยื่นขอ
อย. หรือสิทธิบัตรได้เร็วขึ้น” ดร.กรกช กล่าว
ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์
อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า หัวใจของโครงการนี้คือนำไปใช้จริง
และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย
โดยความร่วมมือแบบสหสาขาวิชาชีพจากหลายภาคส่วน เป็นปัจจัยผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์ให้เกิดได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา คาดว่าจะเป็นหมุดหมายในการยกระดับนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทย
สู่การเป็น Medical
Innovation Hub ด้านการรักษาเฉพาะบุคคล
ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
Osscentric Medical Sandbox ตั้งอยู่ที่อาคาร SM One ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ศูนย์กลางทางการแพทย์ที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการราว 5,000 รายต่อวัน มีความพร้อมทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยที่หลากหลาย การรวมตัวของโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยชั้นนำ เอื้อต่อการพัฒนา ทดสอบ และผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์สู่การใช้งานจริง เป็นคลัสเตอร์ทางการแพทย์ที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาด้านสุขภาพและการแพทย์ของประเทศ
# OsscentricMedicalSandbox
.jpg)
.jpg)
.jpg)



.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น