มทร.ศรีวิชัย นำเทคโนโลยีตู้อบใบจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังงานไฟฟ้า ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อแก้ปัญหาการผลิต “ใบจาก” ตากแห้งช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องปีละ60,000 บาท
รายงานแจ้งว่า ผศ.นพดล
โพชกำเหนิด และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้ทำโครงการวิจัย
“การประยุกต์ใช้และขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานราก”
นำ “ตู้อบใบจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังงานไฟฟ้า” ไปใช้ที่ชุมชนอำเภอกันตัง
จังหวัดตรัง เพื่ออบแห้งใบจากให้กับ 80 ครัวเรือน
อบแห้งเมล็ดพันธุ์ถั่วหรั่ง ลดเวลาเตรียมเมล็ดพันธุ์และต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร
จังหวัดพัทลุง การอบแห้งลูกตาลโตนดทำวุ้นตาลกรอบ การอบแห้งกล้วยตาก
ของเกษตรกรจังหวัดสงขลา อีก 44 ครัวเรือน (รวม 124 ครัวเรือน) แก้ปัญหาการผลิตที่ไม่ต่อเนื่อง
เพิ่มประสิทธิภาพการอบแห้ง และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ของชุมชน
ตู้อบใบจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังงานไฟฟ้า
ใช้ง่าย สอดคล้องกับชุมชน วัสดุหาได้ในท้องถิ่น ตู้อบทำจากเหล็ก ผนังสะสมความร้อนจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต
ปรับระบบความร้อนเสริมจากการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้า ใช้ “น้ำมันพืชใช้แล้ว”
จากครัวเรือนเป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนผ่านท่อเหล็ก ถ่ายเทความร้อนเข้าตู้อบ
ลดการใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการผลิตได้ดี ต้นทุนการสร้างประมาณ 50,000 บาทต่อเครื่อง
อายุการใช้งาน 6-7 ปี
ผศ.นพดล กล่าวว่า
การอบแห้งแต่ละรอบใช้เวลา 2–3
ชั่วโมง สิ้นเปลืองน้ำมันพืชใช้แล้ว 2–3 ลิตร ขณะที่ตากแดดใช้เวลา
1-2 วัน การอบจึงลดเวลาการผลิต
ลดความเสี่ยงจากความชื้นและการปนเปื้อน ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ
เพิ่มระยะเวลาการจัดเก็บวัตถุดิบ โครงการนี้ให้ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบ ทดลองใช้
และปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
เพื่อให้นำเทคโนโลยีไปต่อยอดได้ด้วยเอง
“ตู้อบใบจากพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังงานไฟฟ้า
ทำให้ผลิตสินค้าได้ต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสการรับออเดอร์ เกิดการกระจายงานในพื้นที่
การดำเนินโครงการที่อำเภอกันตังปีงบประมาณ 2568 ทำรายได้ให้กับชุมชน
กว่า 80 ครัวเรือนมีรายได้สุทธิมากกว่า 60,000
บาทต่อปี หรือมากกว่า 5,000 บาทต่อเดือน”
นางสุจินต์ ไข่ริน
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานก้านจากบ้านนายอดทอง ตำบลวังวน อำเภอกันตัง
จังหวัดตรัง เล่าว่า มีปัญหาจากฝนตกต่อเนื่อง วัตถุดิบไม่แห้ง เกิดเชื้อรา ผลิต”ติหมาใบจาก”ได้เพียงวันละ
300 ชิ้น ไม่พอกับความต้องการของตลาด เทคโนโลยีที่มาช่วยทำให้ผลิตได้ทุกวัน เคยได้มากถึง
43,000 ชิ้นต่อเดือน หรือหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่าราว 300,000–400,000
บาท นางสุจินต์กล่าวอีกว่าได้เป็น
“นวัตกรชุมชน” เรียนรู้ รับ ปรับใช้
ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในชุมชนขยายผลการใช้เทคโนโลยี
กระจายประโยชน์ตลอดห่วงโซ่การผลิตจาก ทั้งคนตัดใบจาก ลอกใบจาก เหลาก้านจาก
จักสานขึ้นรูป และจัดจำหน่าย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุเหลือทิ้ง เช่นไม้กวาดก้านจาก
ช่วยผู้สูงอายุและผู้ไม่มีทักษะด้านการจักสานรับงานไปทำที่บ้านและสร้างรายได้เสริม
อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
มีต้นจากประมาณ 10,000
ไร่ ชาวบ้าน 2,000 ครัวเรือนมีส่วนร่วมผลิตผลิตภัณฑ์สำคัญคือ
“ติหมาใบจาก”
กระบวยตักน้ำจากภูมิปัญญาจักสานพื้นบ้านของภาคใต้ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ
แต่ชุมชนผลิตสินค้าได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะมีฝนตกชุก แสงแดดไม่สม่ำเสมอ
ทำให้วัตถุดิบเกิดความชื้นสะสม เชื้อรา คุณภาพไม่แน่นอน
ส่งผลต่อความมั่นคงทางรายได้
งานวิจัยภายใต้กรอบการวิจัย
การขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
สังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)























.jpg)










