ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

30 เมษายน 2569

10 ปีแพทย์สจล.ย้ำปั้นบุคลากรนวัตกรรมคุณภาพ

        แพทยศาสตร์  สจล.คณะแพทย์นานาชาติแห่งแรกของไทย ครบ 10 ปี เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ สร้างบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ เตรียมจัดลาดกระบังนิทรรศน์ และ Open House 1-6 ก.ย.69


รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวในวาระครบรอบ 10 ปี คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังซึ่งเป็นคณะแพทยศาสตร์ นานาชาติแห่งแรกของไทยว่าตลอด1 ทศวรรษที่ผ่านมา คณะฯได้พัฒนาการเรียนการสอน งานวิจัย และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างบุคลากรทางการแพทย์ของศตวรรษที่ 21 ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในปัจจุบัน

ศ. นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สจล. กล่าวว่า คณะยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ สร้างบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

สจล. เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปีลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 และ KMITLExpo 2026 ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมเรียนรู้ ทดลองเทคโนโลยีใหม่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมพร้อมขยายความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ควบคู่กับการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากคณาจารย์และนักศึกษาในหลากหลายสาขา  ผนวกกิจกรรม Open House แนะแนวการศึกษาสำคัญของสถาบัน เปิดให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ได้ทำความรู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ ของ สจล. อย่างใกล้ชิด เปิดให้เยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด

           ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง  https://www.facebook.com/kmitlofficia    และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th   หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

 

#พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง   # KMITLExpo2026

 


29 เมษายน 2569

สวทช. - UTAC ปั้นAdvanced Packagingรับกระแสเซมิคอนดักเตอร์โลก

 TMEC ผนึกยูแทค ไทย MOU พัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงความรู้ Wafer Fabrication สู่ นวัตกรรมขั้นสูง (Advanced Packaging) แก้ Pain Point วิศวกรหน้างาน หนุนเอกชนเพื่อยื่นขอ BOI ขับเคลื่อนไทยสู่ห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด (UTAC) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนาเพื่อการพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำของประเทศ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569


ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการพัฒนากำลังคนระดับสูงรองรับกระแสการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โดยศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สวทช. จะสนับสนุนUTAC ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน จัดทำรายละเอียดทางเทคนิคและข้อเสนอโครงการเพื่อยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ด้วยความเชี่ยวชาญในด้าน Wafer Fabrication และความเข้าใจในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างลึกซึ้ง เชื่อมั่นว่าจะช่วยให้ภาคเอกชนวางแผนการลงทุนในเชิงโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ



นายบัวฉัตร ศรีคงคา ผอ.ฝ่ายวิศวกรรมโรงงาน บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด กล่าวว่าเราเน้น 3 ด้าน 1. การพัฒนาหลักสูตรที่จัดการปัญหาหน้างานจริง 2. การต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี Advanced Packaging ทิศทางหลักของโลก  3. การผสานความเชี่ยวชาญของ TMEC และ UTAC เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยไปอยู่ในตำแหน่งสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

 

#อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย #ตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำของประเทศ


28 เมษายน 2569

เร่งเครื่องมทร.ธัญบุรีผลิตกำลังคนยานยนต์EV-AI

หน่วยจัดการทุนเพื่ออุตสาหกรรมอนาคต- มทร.ธัญบุรี พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง อัปสกิลช่างเทคนิค วิศวกร และนักวิจัย ด้านเครื่องอัดประจุไฟฟ้าซ่อมบำรุงด้วยAI รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

 


ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผอ.หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ด้านเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุยานยนต์และการซ่อมบำรุงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (ระยะที่ 2) ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

          ดร.ณิรวัฒน์ กล่าวว่า ได้บริหารจัดการทุนวิจัยภายใต้แผนงาน F13 เพื่อผลิตกำลังคนทักษะสูงป้อน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างงานใหม่และรายได้ที่มั่นคงให้กับประเทศ โดยบพค. จะร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการ นักวิจัยเข้าถึงแหล่งทุนสนับสนุนได้ง่ายยิ่งขึ้น




รศ.ดร.ศิริชัย ต่อสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าว โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ของมทร.ธัญบุรี เน้นกำลังคน 3 กลุ่ม คือ ช่างเทคนิค วิศวกร นักวิจัย สร้างเครือข่ายถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ โมดูลการทดสอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบกระแสสลับขนาด 7 กิโลวัตต์ ตามมาตรฐาน นำ AI มาประยุกต์ใช้รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับกำลังคนด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม

 

#พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง  #อุตสาหกรรมแห่งอนาคต


27 เมษายน 2569

ยศชนันยก Plant Factory โรงปลูกผักปั้นสารสกัดมูลค่าสูง

         ยศชนันเดินสายให้นโยบาย สวทช.ตั้งเป้าเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ ยก Plant Factory ต้นแบบเกษตกรรมไฮเทค ปลูกผักในร่มควบคุมแสง อาหาร100%ผลิตสารสำคัญขายสารสกัดมูลค่าสูง เป็นเกษตรแม่นยำกินได้

 

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่โรงงานผลิตพืช (Plant Factory) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จ.ปทุมธานี: ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กวทช. นัดแรก

 


ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่ามอบให้ สวทช. ยึดหลักทำงานวิจัยที่ตรงเป้า แม่นยำตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล ตามแนวคิด New Research Engine หรือเครื่องยนต์วิจัยของประเทศที่ส่งผลกระทบสูง เข้าถึงประชาชนวงกว้าง สวทช. เป็นเสมือนเครื่องยนต์วิจัย ทำงานเชิงรุก ดูแลทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม เริ่มจากการวางรากฐานด้านเศรษฐกิจ เน้นคนตัวเล็ก เช่นเกษตรกรทั่วประเทศ ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูง ติดอาวุธนวัตกรรมให้กลุ่ม SMEs เป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่แข่งขันได้ในตลาดโลก ด้านสังคม  ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยคัดกรองโรค ได้แก่โรคไต เข้าถึงระดับชุมชนอย่างรวดเร็ว ทลายกำแพงความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาด้วยระบบการเรียนรู้ที่ปรับตามความถนัดของเด็กแต่ละคน สร้างบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต

“ตั้งเป้าว่าในปี 2570 นวัตกรรมของเราจะสร้างประโยชน์แก่ประชาชน 10 ล้านคน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว




ศ.ยศชนัน ได้ชมโรงงานผลิตพืช  Plant Factory เป็นหนึ่งในนโยบายการยกระดับเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และการยกระดับเกษตรกรรมไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง โรงงานผลิตพืชไม่ใช่การปลูกผักในร่มธรรมดา แต่คือการใช้เทคโนโลยีควบคุมแสง-สารอาหารแบบ 100% เพื่อผลิตสารออกฤทธิ์สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมยา และเครื่องสำอางระดับโลก“เรากำลังเปลี่ยนจากการขายพืชผลเป็นกิโลกรัม เป็นการขายสารสกัดมูลค่าสูงเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรยุคใหม่จากหลักหมื่นพุ่งสู่หลักแสนต่อไร่ นี่คือเกษตรแม่นยำที่กินได้จริงและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้จริง”

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ. สวทช. กล่าวว่า จะนำศักยภาพของบุคลากรวิจัยและทีมสนับสนุนกว่า 3,000 คน จากศูนย์วิจัยแห่งชาติทั้ง 5 แห่ง มาขับเคลื่อนเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ เน้นงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง

 

#เครื่องยนต์วิจัย  #วิจัยตรงเป้า  #10 พลัส


26 เมษายน 2569

จี้สภาวิศวกรทบทวนมาตรการPDPAหลังถูกแฮก

สำนักงานครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบกรณีสภาวิศวกรถูกแฮก ให้เร่งแก้ไข ระงับความเสียหาย แจ้งเตือน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกฎหมาย PDPA สั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยป้องกันเหตุซ้ำ อาจขยายผล ผิดทางอาญาประชาชนร้องเรีย ได้ทันที

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยถึงกรณีสภาวิศวกรถูกแฮกระบบข้อมูลว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำกับดูแลสภาวิศวกรอย่างใกล้ชิด เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบโดยทันที

สคส. ได้กำชับให้สภาวิศวกรดำเนินการแก้ไข ระงับยับยั้งความเสียหาย เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วนตามหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เข้าตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกในอนาคต

“หากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA เช่น การไม่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หรือมีผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามา สคส. จะรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาโทษทางปกครองตามขั้นตอนต่อไป” เลขาธิการ สคส. กล่าว

สภาวิศวกรตรวจพบการละเมิดข้อมูลเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ได้ดำเนินการแก้ไขระงับเหตุ แจ้งเหตุละเมิดมายัง สคส. แล้ว อยู่ระหว่างการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบรับทราบ พร้อมทั้งทบทวนและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของข้อมูล

สคส. แจ้งว่าขอให้ประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว ใช้สิทธิร้องเรียนไปยัง PDPC ได้ โดย สคส. พร้อมดูแลและคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA

#คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 


ตรึงค่าสมัครสอบ TCAS อัตราเดิม

 สร้าง TCAS เท่าเทียม !  เชน แถลง ตรึงค่าสมัครสอบ TCAS อัตราเดิม เพิ่มใหม่ ! ฟรี A-Level สูงสุด 7 วิชา พร้อมลดค่าสมัครสอบรอบพอร์ตฟอริโอ ร้อยละ 25 สำหรับนักเรียนระบบ กสศ.


เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายแก่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับ ทปอ. ได้ข้อสรุปเพื่อสร้าง TCAS เท่าเทียม 3 ประเด็น คือ 1.คงอัตราค่าสมัครสอบ TCAS ในอัตราเดิมต่อไปอีก 1 ปี กับสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้ผู้สมัครสอบ TGAT/TPAT1-5 ได้ฟรี เพิ่มเติมสิทธิการสอบ A-Level ฟรีสูงสุด 7 รายวิชา วิชาละ 100 บาทสูงสุด 7 วิชาหรือ 700 บาท และสมัครคัดเลือกรอบที่ 3 (Admission) ได้ฟรี 7 อันดับตามเดิม นอกจากนี้ ลดค่าสมัครสอบรอบพอร์ตฟอลิโอ ร้อยละ 25 สำหรับนักเรียนในระบบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) เพื่อขยายโอกาสให้เข้าสู่ระบบการคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมยิ่งขึ้น 

2.ปรับปรุงการคัดเลือกในรอบ Portfolio ให้สะท้อนศักยภาพจริง ลดความเหลื่อมล้ำรูปแบบTCASFolio เป็นมาตรฐานกลางจัดทำและยื่นแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อลดภาระการทำพอร์ตที่เกินความจำเป็น ลดค่านิยมการจ้างทำในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบTCAS Verified เพื่อให้หน่วยงานต้นทางรับรองข้อมูลกิจกรรมได้โดยตรง เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลและป้องกันการแสดงข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง กับได้ขอให้มหาวิทยาลัยบริหารสมดุลจำนวนรับในรอบ Portfolio โดยตั้งเป้าเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 30 เพื่อรักษาโอกาสของผู้สมัครทุกกลุ่ม ให้ทบทวนเกณฑ์การคัดเลือกที่สร้างภาระหรือความเหลื่อมล้ำเกินสมควร เช่น การบังคับผลงานวิจัยตีพิมพ์หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ต้นทุนสูง โดยให้เปลี่ยนมาเน้นการวัดศักยภาพที่สอดคล้องกับสาขาวิชาแทน

3. ให้กำกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ การตรวจสอบคุณภาพ การประมวลผล ไปจนถึงการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม คงแนวปฏิบัติการรับฟังและพิจารณาข้อทักท้วงภายหลังการสอบให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำกับคุณภาพ ข้อมูลและข้อสังเกตที่ได้รับจะนำไปพิจารณาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทบทวนความถูกต้องของข้อสอบ แนวคำตอบ และเกณฑ์การให้คะแนนอย่างรอบด้าน ก่อนการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าการวัดผลจะสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของนักเรียนอย่างเป็นธรรมที่สุด

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าทปอ. กำลังรวบรวมข้อมูลสัดส่วนการรับรอบ Portfolio ของแต่ละคณะ เพื่อกำหนดนโยบายร่วมกันในอนาคต ทั้งมีแนวคิดปรับลำดับขั้นตอน อาจให้มีการสอบส่วนกลางให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงพิจารณา Portfolio ภายหลัง เพื่อเป็นแรงจูงใจ เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มุ่งเน้นการสอบข้อเขียนมีทางเลือกที่เป็นธรรม

TCAS 70 จะเปิดระบบวันที่ 15 ก.ค.2569 รอบพอร์ตฟอลิโอ รับสมัคร วันที่ 15 ส.ค.2569 รอบโควต้า วันที่ 13 มี.ค.2570 รอบแอดมิชชั่น วันที่ 7-11 พ.ค.และ เพิ่มเติมวันที่ 12-13 พ.ค.2570 รอบรับตรง วันที่ 29 พ.ค.-15 มิ.ย.2570 ส่วนการสอบ TGAT/TPAT เลื่อนไปสอบเดือน ม.ค.2570 เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้เข้าสอบจะได้สอบพร้อมกันทั้งประเทศ

 

#ความเสมอภาคทางการศึกษา

 


24 เมษายน 2569

STS ไทย–ญี่ปุ่น2026 พัฒนาอุปกรณ์แพทย์-เซมิคอนดักเตอร์

เปิดเวที STS Forum ไทย – ญี่ปุ่น 2026 ผนึกกำลังภาควิชาการ - ภาคธุรกิจ – นักลงทุน อ.เชน” โชว์วิสัยทัศน์ผลักดันงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เริ่มจากงานวิจัยสาธารณสุขสู่เศรษฐกิจสุขภาพ เชื่อมถึงภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เตรียมจับมือญี่ปุ่นพัฒนา อุปกรณ์การแพทย์ และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 

 


เมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ความท้าทายระดับโลกและแนวโน้มใหม่ด้านการวิจัยและการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในการประชุม STS forum Japan-Thailand Symposium 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย แนวคิดThe Great Convergence บูรณาการองค์ความรู้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกทุกมิติ โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ณ โรงแรม Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld กรุงเทพมหานคร



ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า STS Forum Japan-Thailand Symposium 2026 เป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกศาสตร์ ทุกสาขามาแลกเปลี่ยน เพื่อแก้ปัญหาระดับโลก เปรียบเสมือนเวทีระดับโนเบลของเอเชีย การประชุมครั้งนี้ ได้ชูโมเดลการพัฒนามหาวิทยาลัยระดับโลกที่เน้นความสมดุลระหว่างการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ดึงกลุ่มนักลงทุนและผู้ประกอบการ เข้ามาเพื่อสนับสนุนเงินทุน ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและตอบโจทย์ตลาดโลกได้

กระทรวง อว.มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) บูรณาการภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง พัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ ร่วมมือกับบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ ผลักดันงานวิจัยด้านสาธารณสุขจากเครื่องต้นแบบเข้าสู่กระบวนการทดสอบทางคลินิก ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ดึงนักวิจัยไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตร่วมกับฐานโรงงานผลิตชิปของญี่ปุ่นในประเทศไทย สนับสนุน นักวิจัยรุ่นใหม่ โดยการสนับสนุนจาก วช. เพื่อให้นักวิจัยไทยได้เข้าร่วมเวทีระดับโลก แลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของรางวัลโนเบล เป็นแรงกระตุ้นการสร้างสรรค์ผลงานที่เปลี่ยนแปลงโลกได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว



 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว.กล่าวว่า งาน STS forum Japan-Thailand Symposium 2026 เน้นบทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แก้ไขวิกฤตโลก ด้วยแนวคิดThe Great Convergence บูรณาการ AI กับด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชีวภาพ กระทรวง อว. สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ส่งเสริมวิจัยข้ามศาสตร์ ผลักดันการใช้ประโยชน์จริง ความร่วมมือระดับนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็น ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจชีวภาพในการขับเคลื่อน เวทีนี้จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นักวิจัย และภาคเอกชน เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคต

 

#เศรษฐกิจสุขภาพ 


กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เปิดงาน NAC2026

 สวทช. ชูธง ‘เศรษฐกิจยั่งยืน’ พลิกโฉมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

 


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดการประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ‘NAC2026’ โชว์ศักยภาพนวัตกรรมกว่า 100 ผลงาน มุ่งเป้า Net Zero

 




เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ครั้งที่ 21 หรือ NAC2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” (Sustainable Economy through Science and Technology) ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศ.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พร้อมอดีตผู้บริหาร สวทช.เฝ้ารับเสด็จฯ

ศ.ยศชนัน กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานว่า งาน NAC2026 จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับประเทศ และจัดแสดงผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทยในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว





ศ.ชูกิจ ทูลเกล้าถวายเอกสารประกอบการประชุมวิชาการ สวทช. ครั้งที่ 21 พร้อมนำเสนอความสำเร็จของกลยุทธ์ “S&T Implementation for Sustainable Thailand” เปลี่ยนงานวิจัยสู่การใช้งานจริงผ่าน 6 เสาหลัก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคผลิต และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (CCUS) โอกาสนี้ ได้กราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร ประกอบด้วย

-ผู้ชนะเลิศการประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติ NSTDA Micro-Mouse Contest ครั้งที่ 2 (NMMC 2026) จำนวน 3 ราย

-ผู้ชนะเลิศการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 (IDC 2026) จำนวน 5 ราย

-ผู้ชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 (NSC2025) จำนวน 8 ราย

-ผู้ชนะเลิศการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28 (YSC 2026) จำนวน 7 ราย

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2569 และทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย และนิทรรศการความก้าวหน้างานวิจัยพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สวทช.” มีการจัดแสดงโครงการสำคัญ ครอบคลุมงานวิจัยด้านความมั่นคงด้านเกษตรและอาหาร การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และสุขภาพการแพทย์

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตัดแถบแพรเปิดห้องหนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นอะคริลิก และทรงเยี่ยมชมห้องหนังสือตามพระราชอัธยาศัย





งานแนค (NAC2026) ครั้งที่ 21 สวทช. พร้อมต้อนรับผู้สนใจเข้าร่วมงานตั้งแต่วันที่ 24-28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับนิทรรศการนวัตกรรมเด่น อาทิ เชื้อเพลิง SAF พลังงานสะอาดแห่งอนาคตสำหรับการบิน การเปลี่ยนขยะให้เป็นมูลค่ากับทรายแมวจากวัสดุเหลือทิ้ง พร้อมเจาะลึกสัมมนาประเด็นร้อนระดับโลก ธุรกิจในเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใช้ AI อัจฉริยะตรวจวัดไมโครพลาสติก นอกจากนี้เปิดโอกาสพิเศษครั้งเดียวในรอบปีกับกิจกรรม Open House ให้ภาคธุรกิจเพื่อเข้าชมห้องปฏิบัติการมาตรฐานโลกถึง 14 เส้นทาง รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอป DIY และภารกิจนวัตกรรมเกษตรยั่งยืนสำหรับเยาวชน

สวทช. ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นักวิชาการ และประชาชนที่สนใจ มาร่วมสัมผัสพลังแห่งวิทยาศาสตร์ที่จะพลิกโฉมประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้ง 5 วัน ผู้สนใจศึกษารายละเอียดกิจกรรมและลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.nstda.or.th/nac เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน

//////////////////////////

 

#บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร   #อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

 


‘ยศชนัน’ให้โจทย์นวัตกรรมต้องต่อยอดพาณิชย์เอื้อเศรษฐกิจสังคม

     ยศชนัน ชี้ทางรอดไทย พลิกจากผู้ตามสู่ผู้กำหนดเกม สร้างผู้นำคุณภาพผ่านหลักสูตร PPCIL รุ่น 8 แจงมีโอกาสหากมีผู้นำที่เชื่อมโยงนวัตกรรมกับนโยบายได้

 



เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาและมอบนโยบายในหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (PPCIL) รุ่นที่ 8 ณ โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ



ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ต้องมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการสร้างสรรค์นวัตกรรมในวงจำกัด แต่ต้องนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลกระทบในวงกว้าง ควรปรับเปลี่ยนมุมมองจาก Design Thinking ไปสู่ System Thinking แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ส่งเสริมแนวทาง Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ทดลองนวัตกรรมและนโยบายในวงจำกัด ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ  ตั้งคำถามให้ชัดเจนว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมีคุณค่าในบริบทใด ต่อยอดเชิงพาณิชย์ในประเทศใด สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร นวัตกรรมยังมีบทบาทต่อการสร้างกลไกการเติบโตใหม่ของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ด้านสุขภาพและการแพทย์ ไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่ผู้นำระดับโลก ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงของประเทศ การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับความโปร่งใส



ด้านผู้ประกอบการควรเลือกใช้แหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจใหม่

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะเดิมอาจล้าสมัยได้ในเวลาอันสั้น จึงต้องพัฒนาและปรับทักษะอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยควรปรับบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต รองรับคนทุกช่วงวัย ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ควบคู่กับการเปิดรับโอกาสใหม่ กล้าก้าวออกจากกรอบเดิม และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมในระดับโลก

 

# DesignThinkingสู่SystemThinking

 


22 เมษายน 2569

เติมทักษะศิลปประดิษฐ์เรือนจำธัญบุรี

 มทร.ธัญบุรี เติมทักษะศิลปประดิษฐ์ดอกมะลิ สู่ชุมชนพิเศษเรือนจำธัญบุรี สร้างอาชีพ-รวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายความจงรักภักดีองค์พระพันปี



สาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)จัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ชุมชน เรื่องประดิษฐ์ดอกมะลิ ณ เรือนจำธัญบุรี เพื่อใช้พลังศิลปะขัดเกลาจิตใจและสร้างรากฐานอาชีพที่มั่นคงให้แก่ผู้ต้องขังหญิงก่อนกลับคืนสู่สังคม




กิจกรรมเน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning มีผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำธัญบุรีเข้าร่วม 30 คน สอนเทคนิคการเปลี่ยนกระดาษทิชชูเป็นดอกมะลิที่มีความอ่อนช้อยสวยงามเสมือนจริง เทคนิคการเข้าช่อดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระพันปีหลวง

ผศ.วิจิตร สนหอม หัวหน้าสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่าได้นำทีมนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาชีพและศิลปประดิษฐ์ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง การประดิษฐ์ดอกมะลิจากกระดาษทิชชู เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีต้นทุนต่ำ ต่อยอดสู่การผลิตเชิงอาชีพได้  โครงการยังเตรียมความพร้อมการจัดทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ที่คาดว่าจะจัดขึ้นช่วงปลายปี 2569 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี





ผู้ต้องขังรายหนึ่งซึ่งเข้าร่วมอบรมกล่าวว่า เคยรับจ้างทำดอกไม้จากโรงงาน ทำให้เข้าใจและทักษะพื้นฐานในการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นอย่างดี การอบรมครั้งนี้คือโอกาสการสร้างรายได้เมื่อออกจากเรือนจำ "ถ้าได้ออกไป จะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด ให้ลูกหลานทำเหมือนกัน เป็นการสร้างอาชีพให้กับครอบครัว"

นางสาวปาริชาติ ลอยเลิศ ผู้ควบคุมการอบรม เรือนจำอำเภอธัญบุรี กล่าวว่าการนำองค์ความรู้ด้านศิลปประดิษฐ์มาถ่ายทอดครั้งนี้ เป็นแนวทางที่เหมาะสม เป็นทักษะที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย ต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้ในอนาคตได้ สอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างโอกาสและลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง ขอชื่นชมคณะผู้จัดทำโครงการ คณาจารย์ และนักศึกษาสาขาวิชานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ จาก มทร.ธัญบุรี ที่ได้นำองค์ความรู้จากการเรียนการสอนมาประยุกต์ใช้ในการบริการวิชาการแก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

 นางสาวสุภนิดา ทัพพลา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขานวัตกรรมศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ ประธานนักศึกษาโครงการ กล่าวว่า มีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชานวัตกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 9 คน และบุคลากรอีก 4 คน รวม 13 คน ร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้และฝึกปฏิบัติในครั้งนี้ด้วย มีความประทับใจที่ได้นำวิชาชีพและทักษะที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการสอนผู้ต้องขัง สร้างทักษะฝีมือและช่วยให้ผู้ต้องขังกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โครงการนี้ยังเป็นโอกาสได้เรียนรู้กระบวนการจัดเตรียมงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทดลองประดิษฐ์ดอกไม้หลากหลายรูปแบบ การวางแผนงาน ไปจนถึงการเตรียมวัสดุอุปกรณ์

 

#พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ


สวพส.ส่งเสริมแหล่งน้ำขนาดเล็ก แก้ภัยแล้งพื้นที่สูง

 



สถานการณ์ภัยแล้งบนพื้นที่สูงยังคงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำการเกษตรของชุมชน โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก ซึ่งกระทบต่อผลผลิต รายได้ และเพิ่มความเสี่ยงจากการเผาในพื้นที่เกษตร

 





สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จึงส่งเสริม การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก เช่น บ่อน้ำพลาสติก และระบบถังพักน้ำ เพื่อให้ชุมชนสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในระดับครัวเรือนและแปลงเกษตร โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563–2569) สวพส.ได้พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 309 ชุมชน รวม 1,175 แห่ง ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการดำรงชีวิตและทำการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 81,516 ไร่ พร้อมทั้งทำให้ชุมชนหันมามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำรวมกว่า 558,536 ไร่ ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง และมีน้ำสำรองในช่วงภัยแล้ง

 




จากนั้น สวพส.จึงต่อยอดในการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับสู่ ระบบการเกษตรแบบประณีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย แต่สร้างมูลค่าสูง โดยแนะนำการปลูกพืชทางเลือกที่มีตลาดรองรับ เช่น ผักในโรงเรือน กาแฟ อะโวคาโด เสาวรสหวาน และโกโก้ พร้อมสนับสนุนระบบให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบน้ำหยด เพื่อให้ใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

 

#วิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง