นาโนเทคเผยเทคโนโลยี สารเคลื่อนนาโนเคลือบภายนอกอาคาร ลดความร้อน พื้นผิวอาคาร3-4องศา เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ฟิล์มบาง จนถึงน้ำยาเคลือบผิวเซลล์แสงอาทิตย์ป้องกันการเกาะฝุ่น ลดใช้ไฟ-เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานสะอาด รับมือสภาพอากาศร้อนจัด
ดร.พิศิษฐ์
คำหน่อแก้ว ผอ.กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน (HMNP) นาโนเทค
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เทคโนโลยีเคลือบนาโน
(Nanocoating) จากกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโนของนาโนเทค
ช่วยลดภาระระบบไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเดือนเมษายนที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องปรับอากาศทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ขณะที่ค่าไฟฟ้ามีปัญหาต้นทุนเชื้อเพลิงผันผวน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพลังงานของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หัวใจของนวัตกรรม คือลดความต้องการใช้พลังงาน (Energy Demand) โดยตรง ด้วยสีและสารเคลือบภายนอกเพื่อลดความร้อน ออกแบบให้สะท้อนรังสีอาทิตย์สูง
คายความร้อนสู่ภายนอกได้ดี ส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวและอุณหภูมิภายในอาคารลดลง ลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศ
ทดสอบพบว่าลดอุณหภูมิพื้นผิวอาคารได้สูงสุด 3-4 องศาเซลเซียส
เทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องตลาด ลดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้สูงสุด 15%
เทคโนโลยีนี้เหมาะกับอาคารที่มีภาระการทำความเย็นสูง ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย
“ดร.พิศิษฐ์กล่าว
ผอ.กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน
กล่าวว่า อีกนวัตกรรมที่กำลังผลักดันคือ เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cells) หรือเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ฟิล์มบางรุ่นใหม่ที่ใช้วัสดุสารกึ่งตัวนำโครงสร้างเพอรอฟสไกต์ดูดกลืนแสง
เทคโนโลยีนี้เทียบกับโซลาร์เซลล์ซิลิกอนแบบดั้งเดิม คือใช้วัสดุน้อยกว่า
ผลิตได้ด้วยกระบวนการอุณหภูมิต่ำกว่า น้ำหนักเบา มีสมบัติกึ่งโปร่งแสงออกแบบให้เป็นแผ่นโค้งงอ
ใช้งานได้บนพื้นผิวที่หลากหลาย เป็นโอกาสใหม่ในการต่อยอดใช้ประโยชน์
นาโนเทคยังพัฒนาน้ำยาเคลือบผิวเซลล์แสงอาทิตย์ป้องกันการเกาะฝุ่น
(Anti-Dust
Nano Coating for Solar Panels) ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าลดลงในสภาวะใช้งานจริง
มีค่าการส่องผ่านแสงสูง เคลือบได้โดยตรงบนผิวแผงไม่ต้องเตรียมพื้นผิวล่วงหน้า ล้างหรือขัดออกได้โดยไม่ทำลายพื้นผิวหรือกระทบต่อเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิตแผง
การทดสอบพบว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 3-30% ขึ้นอยู่กับระดับการสะสมของฝุ่นและสภาพแวดล้อม ในสภาวะใช้งานทั่วไปมีค่าเฉลี่ยราว
5% ลดต้นทุนการทำความสะอาดและใช้น้ำในระบบโซลาร์ฟาร์มอย่างมีนัย
“ทีมวิจัยมีโครงการนำร่อง
Nanocoating Solutions for Energy-Resilient Government Infrastructure หรือนาโนโค้ตติ้งโซลูชันเพื่อโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีที่พร้อมถ่ายทอดและพร้อมทดสอบภาคสนามในหน่วยงานที่มีการใช้พลังงานสูง
ได้แก่ สีและสารเคลือบภายนอกเพื่อลดความร้อนสำหรับอาคาร น้ำยาเคลือบผิวเซลล์แสงอาทิตย์ป้องกันการเกาะฝุ่นสำหรับระบบโซลาร์เซลล์
ขณะเดียวกัน
งานวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์จะทำหน้าที่เป็นฐานเทคโนโลยีสำหรับระบบผลิตไฟฟ้ารุ่นใหม่ในอนาคต
โดยสารเคลือบป้องกันการเกาะฝุ่นเริ่มทดสอบภาคสนามรวมถึงการใช้งานจริงแล้ว
ส่วนสีและสารเคลือบลดความร้อนอยู่ระหว่างการขยายผลสู่ระดับนำร่อง การทดสอบภาคสนามระยะยาว
ซึ่งนวัตกรรมทั้งคู่อยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนผลิตเชิงพาณิชย์” ดร.พิศิษฐ์เผย
ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย
ผอ.ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญอากาศร้อนจัด
ต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นาโนเทคพร้อมนำผลงานวิจัยที่พร้อมใช้มาต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายพลังงาน
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทาง
ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบัน นาโนเทคเน้นการพัฒนางานวิจัยในกลุ่ม
Water and
Environment Solutions ครอบคลุมการจัดการน้ำ คุณภาพอากาศ
และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
และรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
สารเคลือบป้องกันการเกาะฝุ่นสำหรับแผงโซลาร์เซลล์
ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด ดีปเทคสตาร์ทอัปภายใต้
สวทช. แล้ว คาดว่า หากติดตั้งในระดับ 20%
ของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทยภายในปี 2030 หรือประมาณ 2.5 กิกะวัตต์ จะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าได้ราว
197.1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ
700-800 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ
90,000 ตันต่อปี
ขณะที่สีและสารเคลือบลดความร้อนจะช่วยลดภาระการใช้พลังงานของอาคารตั้งแต่ต้นทาง








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น