ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

08 เมษายน 2569

ม.มหานครร่วม Lumentum พัฒนาคนป้อนโฟโตนิกส์

ซีอีโอ Lumentum ยักษ์เทคโนโลยีจากซิลิคอนวัลเลย์ MOUกับ สวทช. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร สร้างกำลังคนทักษะสูงและห้องแล็บอัจฉริยะ  วางรากฐานอุตสาหกรรม "โฟโตนิกส์" หวังดันไทยเป็น ผู้ออกแบบชิป ระดับโลก ไม่ใช่แค่รับจ้างผลิต!

 


ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ ระหว่าง 3 บริษัท Lumentum (ลูเมนตั้ม)ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์โฟโตนิกส์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดขึ้นที่ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี) เมื่อวันที่ 8 เม.ย.69

นายไมเคิล เฮอร์ลิสตัน ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ Lumentum ล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเปิดประตูสู่การสร้างประสบการณ์จริงผ่านโครงการอุตสาหกรรมและการฝึกงาน (Internship) เพื่อให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยีเลเซอร์และอุปกรณ์แสงขั้นสูงที่ใช้งานจริงในอุตสาหกรรมระดับสากล  ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ระดับโลก มีทิศทางและยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่

ดร.ปรอง กองทรัพย์โต ผอ.อาวุโส และ Chief of Staff (COS) Lumentum - NSTC กล่าวว่า กรอบการดำเนินงานของความร่วมมือนี้ คือ การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบบูรณาการ จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการทั้งระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) เฉพาะทางด้านโฟโตนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเตรียม Workforce Training ให้พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่กำลังต้องการคนเก่งเข้าไปเติมเต็มในระบบเศรษฐกิจ



ศ.ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช ) กล่าวว่า ศูนย์ TMEC จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน Microelectronics และการวิจัยประยุกต์เพื่อเชื่อมโยงภาคนโยบายเข้ากับภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับ Lumentum จะยกระดับให้ไทยขยับจากผู้รับจ้างประกอบเป็นผู้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมต้นน้ำ หัวใจของยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศในยุค Digital Economy

รศ.ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครกล่าวว่าในฐานะหน่วยงานศูนย์ฝึกอบรมด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (MUT-NSTC) เราพร้อมนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่การทำ Applied Research และการพัฒนาห้องปฏิบัติการวิจัย (Lab Enhancement) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตจริงของโลก


ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ยืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม Made in Thailand ให้อยู่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลกอย่างภาคภูมิใจ การร่วมกับ Lumentum เป็นฟันเฟืองในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของกระทรวง อว. เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตขั้นปลาย ไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและกำลังคนระดับสูงในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำของโลก  หัวใจของนโยบายคือสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่ยั่งยืน ด้วยกลไก เชื่อมโยงภาคนโยบาย ภาควิจัย และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน โดยกระทรวง อว. มุ่งปฏิรูปการพัฒนากำลังคนสาขาโฟโตนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงผ่านโปรแกรมการผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูง และการ Upskill/Reskill แรงงานในระบบ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง AI และ Cloud Infrastructure

          ก่อนหน้านี้ วันที่ 1ต.ค.68 เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ได้หารือกับนายไมเคิล เฮอร์ลิสตัน ประธานบริษัท ลูเมนตั้มเสนอแผนขยายกำลังการผลิต การจัดตั้งศูนย์วิจัยและออกแบบชิปแห่งใหม่ในกลุ่มชิปประเภทโฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นชิประดับสูงที่ใช้ในการส่งสัญญาณด้วยแสง ส่วนประกอบสำคัญของหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง รองรับการเติบโตของตลาดโลกที่ต้องการนวัตกรรมการผลิตชิปที่มีความสามารถในการประมวลผลขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี AI ไฟเบอร์ออปติก และดาต้าเซ็นเตอร์ ปัจจุบันตลาดชิปโฟโตนิกส์มีมูลค่ากว่า 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายใน 5 ปี เนื่องจากโฟโตนิกส์เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต  

ลูเมนตั้ม ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอเพื่อตั้งฐานการประกอบและทดสอบชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมการสื่อสารและโทรคมนาคมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 ตั้งอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี มูลค่าลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 6,000 คน ในจำนวนนี้มีวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์กว่า 700 คน ซึ่งได้รับการฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมชิปโฟโตนิกส์

 

#ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น