เผยจุฬา-วชิรฯ พัฒนายาภูมิคุ้มกันบำบัด รักษามะเร็ง เป็นครั้งแรกในประเทศทำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นขยายการผลิตสู่อุตสาหกรรม เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร
รศ.ดร.นพ.จิรุตม์
ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สภากาชาดไทย
กล่าวในการแถลงความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมกับการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์
ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กับ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสการเข้าถึงยา
โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว
ยาชีววัตถุที่พัฒนาขึ้นเป็นยาชีววัตถุในกลุ่ม
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นนวัตกรรมการรักษาที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน
ใช้หลักการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับมาจัดการกับสิ่งแปลกปลอมได้อีกครั้ง
เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะมีกลไกหลบหลีกภูมิคุ้มกัน
โดยสร้างโปรตีนบางชนิดมายับยั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวไม่สามารถเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้
ตัวยาที่พัฒนาขึ้นนี้ จะเข้าไปปิดกั้นโปรตีนดังกล่าว เพื่อปลดล็อกให้เม็ดเลือดขาวกลับมาทำงานและกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยาชนิดนี้ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูง
นพ.ไตรรักษ์
พิสิษฐ์กุล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์
จุฬาฯเปิดเผยว่าความก้าวหน้าที่สำคัญคือการพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งระดับมาตรฐาน
GMP และขั้นบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป
ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ผลการวิเคราะห์คุณภาพพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศ
โครงการมีแผนดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด
ซึ่งเป็นขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
นพ.ไตรรักษ์กล่าวอีกว่าโครงการนี้เริ่มจากความตั้งใจจะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยเข้าถึงได้
ทีมวิจัยดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้น
การออกแบบกระบวนการผลิต การขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
ผศ.นพ.จักราวุธ
มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า
การทดสอบจะเริ่มกับผู้ป่วยมะเร็งปอด 20 คน ศูนย์ของวชิรพยาบาล 10 คน (จุฬาอีก 10 คน) จากนั้นขยายจนถึง 75 คน
ทั้งนี้มะเร็งปอดเป็นกลุ่มที่พบบ่อยในประเทศไทย
โรงพยาบาลจะสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง
ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศ.ดร.นพ.วิโรจน์
ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ
นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการวิจัย
เน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม
ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศ
ที่พัฒนายาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงขั้นการผลิตอุตสาหกรรม การศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก
คัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม ติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย
โดยพิจารณาจากค่า PD-L1 (พี-ดี-แอล-วัน) คือการตรวจโปรตีนว่าร่างกายจะตอบสนองต่อยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้ดีเพียงใด
การศึกษาผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาได้ดี จะมีค่า PD-L1สูงเกิน
50% การเลือกผู้เข้ารับการทดสอบไม่มีการเรียกเก็บเงิน ทั้งนี้
โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมการขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม
ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์
เบื้องต้นคาดว่าการรักษาด้วยยาที่พัฒนาขึ้น
อาจอยู่ในราว1-2 หมื่นบาท ขณะที่การใช้ยาจากต่างประเทศประมาณ 8 หมื่นบาท
ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์
โครงการจะสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ตามกรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ความร่วมมือนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย
ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักอย่างหนึ่งของประเทศไทย
เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุข ทั้งด้านการรักษา คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) เข้ามามีบทบาทสำคัญเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด
ช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา แต่ก็มีข้อจำกัดด้านต้นทุนของยา
#ภูมิคุ้มกันบำบัด
.jpg)





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น