ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

19 พฤษภาคม 2569

สวทช.-สจล.เร่งเครื่องผลิตคนรุ่นใหม่ป้อนยานยนต์ไฟฟ้า

 เร่งเครื่องอัปสกิลคนรุ่นใหม่ เสริมแกร่งห่วงโซ่ EV สวทช. - สจล.ทำความตกลงพัฒนาคน สนับสนุนนักวิจัยปริญญาเอก สหกิจศึกษา ฝึกปฏิบัติจริง ขานรับนโยบาย อว.

ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า พลังงาน และพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีขุมพลังยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดครบวงจร ยกระดับอัปสกิลบุคลากรไทยด้วยการปฏิบัติจริง ป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเขียวอนาคต ที่อาคารวิจัยโยธี สวทช. กรุงเทพฯ เมีอวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

ความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่ 1.การพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD) อาทิ โครงการ TAIST-Tokyo Tech: ร่วมมือผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยระดับสูง ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม, การสนับสนุนนักวิจัยระดับปริญญาเอก: ร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและดูแลนักศึกษาทุนระดับปริญญาเอกที่ศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า, การถ่ายทอดองค์ความรู้: ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่นักศึกษา สจล. และโครงการสหกิจศึกษาและฝึกงาน: เปิดรับนักศึกษาฝึกงานและสหกิจศึกษาเพื่อสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในห้องปฏิบัติการและภาคอุตสาหกรรม

2. การวิจัยและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน (EV & Energy Innovation) อาทิ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด: ร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell) ที่ได้จากก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อต่อยอดสู่พลังงานทางเลือกแห่งอนาคต, การพัฒนาองค์ความรู้วิศวกรรม: ร่วมวิจัย พัฒนา และจัดทำผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ (Academic Paper) ด้านการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์ และ 3. ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอื่น ๆ (Advanced Technology & Other Innovations)

ศ. ดร.ชูกิจ กล่าวว่าการทำงานร่วมกันของ สวทช. และ สจล. ภายใต้การลงนามครั้งนี้ มีภารกิจสร้างคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต ตามยุทธศาสตร์กระทรวง อว. ที่ต้องการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม EV ได้ทันที ตามแนวคิดเรียนได้งบจบได้งาน ของศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นการขานรับนโยบายการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ด้านพลังงานสีเขียว โดยสวทช. ได้วางรากฐานด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE)       

“สวทช. ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์วิจัยหลักของชาติ แต่เครื่องยนต์จะทรงพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เมื่อได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงอย่าง สจล. มาเสริม ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเป้าที่ระบบยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เรือไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน ระบบจัดเก็บพลังงาน จนถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ”

รศ. ดร.คมสัน กล่าวว่าความร่วมมือกับ สวทช. คือการดึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูระดับชาติของ สวทช. โดยศูนย์ TECE มาสู่การปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด มาผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของ สจล. จึงเป็นการรวมศักยภาพที่แข็งแกร่งให้เป็นแพลตฟอร์มร่วมวิจัยและพัฒนา ทั้งระบบขับเคลื่อน (Drive Train) ระบบควบคุมอัจฉริยะ โดย สจล. สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง เช่น สหกิจศึกษา การทำ Up-skill และ Re-skill สร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะระดับ Deep Tech ที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

 

 

#ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเขียว

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น