ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

20 พฤษภาคม 2569

ยกระดับมาตรฐานน้ำผึ้งไทยสู่ตลาดโลก

          เปิดจุดบอดผึ้งไทยในตลาดโลก เจอของปลอมเป็นคู่แข่ง ขาดระบบชี้วัดคุณค่า ไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต กลายเป็นน้ำตาลราคาถูก ทีมวิจัยทุนรวพ.ตั้งหลักสร้างมาตรฐาน ดึงจุดเด่นรสชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สรรพคุณทางยาออกมาให้ชัด หวังสร้างความเชื่อมั่น

  


รศ. ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Bee Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และประธานภูมิภาคเอเชีย สมาคมผู้เลี้ยงผึ้งนานาชาติ  (International Federation of Beekeepers’ Association: Apimondia) กล่าวว่า บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดน้ำผึ้งโลกคุ้นเคย นิยมน้ำผึ้งพันธุ์ฝรั่งตามมาตรฐานน้ำผึ้งสากล อ้างอิงข้อมูลจากผึ้งพันธุ์ฝรั่ง ทำให้น้ำผึ้งไทย ซึ่งมีกรดธรรมชาติสูง มีเอนไซม์ที่แตกต่าง ถูกประเมินว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่คุณภาพดี  นอกจากนี้อุตสาหกรรมน้ำผึ้งโลกยังมีปัญหาน้ำผึ้งปลอมแทรกแซงกลไกตลาด ดึงราคาน้ำผึ้งแท้ให้ต่ำลง ใช้วิธีรับซื้อแบบเหมาจ่ายไม่มีการคัดแยกเกรด ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตน้ำผึ้งแท้ ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าแบกรับภาระหนักและมองว่าการแข่งขันในราคาตลาดทั่วไปไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน


มีรายงานว่าน้ำผึ้งไทยไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามศักยภาพ เนื่องจากข้อมูลด้านโภชนาการของน้ำผึ้งไทยยังไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ ขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะชี้วัดคุณค่า ขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตต้นทาง ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและความเข้าใจคุณค่าที่แท้จริง น้ำผึ้งไทยจึงถูกด้อยค่าเป็นเพียงน้ำตาลราคาถูก แทนการยอมรับในฐานะซูเปอร์ฟู้ด(Superfood) ที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง


คณะวิจัยโครงการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าแบบองค์รวมของผลผลิตของชันโรงในประเทศไทย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) จึงเห็นถึงการสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ พร้อมไปกับการสร้างความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้น้ำผึ้งเขตร้อน และชันโรง ซึ่งคุณลักษณะที่โดดเด่นและแตกต่างจากน้ำผึ้งทั่วไป มีหมวดมาตรฐานเฉพาะของตนเอง เพื่อยอมรับในระดับสากล ที่จะทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกน้ำผึ้งมากขึ้น


คณะวิจัยได้สร้างกลไกการขับเคลื่อนโดยใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อพัฒนามาตรฐานน้ำผึ้งไทย ด้วยการสร้างมาตรฐานแบบมีส่วนร่วมแบบยั่งยืนเรียกว่า 7S3A มีแกนหลักคือ 1.) Standard (มาตรฐาน) สนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเข้าสู่ระบบฟาร์มมาตรฐาน (GAP) และมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัย (GMP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สะอาดตรวจสอบย้อนกลับได้ 2) Specialty (เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น) ดึงจุดเด่นด้านรสชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งแต่ละท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 3) Sustainability (ความยั่งยืน) ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เอื้อต่อระบบนิเวศ ตลอดจนการสร้างหลักประกันรายได้ที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตน้ำผึ้งไทย ควบคู่กับการพัฒนาระบบคัดเกรดน้ำผึ้ง หรือดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน (Tropical Honey Index: THI) ในการคัดเกรดน้ำผึ้งตามคุณค่าทางชีวภาพ แยกน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมออกจากน้ำผึ้งคุณภาพต่ำ คัดน้ำผึ้งปลอมออกจากระบบได้ ซึ่งจะยกระดับราคาน้ำผึ้งไทยให้สูงขึ้นตามเกรดคุณภาพ ส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานร่วม-เรื่องเล่าร่วม-สัญลักษณ์ร่วม ภายใต้แนวคิดมัลติแบรนด์ (Multi-Brand) สร้างภาพจำที่แข็งแกร่งให้แก่น้ำผึ้งไทยในสายตาประชาคมโลก

“ดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน (THI) คัดกรองน้ำผึ้งปลอมออกไป จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อน้ำผึ้งไทยให้กลับคืนมา หากเรียกความมั่นใจกลับมาได้ มูลค่าการส่งออกที่ปัจจุบันอยู่ระดับพันล้านบาท จะขยายตัว สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อีกมาก” รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ กล่าว 


ผึ้งเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ประเทศไทยมีสายพันธุ์ผึ้งท้องถิ่น 5 ชนิดจาก 8 ชนิดในทวีปเอเชีย ได้แก่ ผึ้งหลวง ผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ ผึ้งมิ้ม ผึ้งม้าน และชันโรงอีก 34 สายพันธุ์ มีลักษณะ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับการทำเกษตรแม่นยำของคนไทย ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง แต่น้ำผึ้งไทยกลับเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานการส่งออก ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

 

 

 


 

 

 


 

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น