เปิดจุดบอดผึ้งไทยในตลาดโลก เจอของปลอมเป็นคู่แข่ง ขาดระบบชี้วัดคุณค่า ไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต กลายเป็นน้ำตาลราคาถูก ทีมวิจัยทุนรวพ.ตั้งหลักสร้างมาตรฐาน ดึงจุดเด่นรสชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สรรพคุณทางยาออกมาให้ชัด หวังสร้างความเชื่อมั่น
รศ. ดร.อรวรรณ ดวงภักดี
ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Bee Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และประธานภูมิภาคเอเชีย
สมาคมผู้เลี้ยงผึ้งนานาชาติ (International
Federation of Beekeepers’ Association: Apimondia) กล่าวว่า บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดน้ำผึ้งโลกคุ้นเคย นิยมน้ำผึ้งพันธุ์ฝรั่งตามมาตรฐานน้ำผึ้งสากล
อ้างอิงข้อมูลจากผึ้งพันธุ์ฝรั่ง ทำให้น้ำผึ้งไทย ซึ่งมีกรดธรรมชาติสูง มีเอนไซม์ที่แตกต่าง
ถูกประเมินว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่คุณภาพดี
นอกจากนี้อุตสาหกรรมน้ำผึ้งโลกยังมีปัญหาน้ำผึ้งปลอมแทรกแซงกลไกตลาด
ดึงราคาน้ำผึ้งแท้ให้ต่ำลง ใช้วิธีรับซื้อแบบเหมาจ่ายไม่มีการคัดแยกเกรด ส่งผลให้เกษตรกรผู้ผลิตน้ำผึ้งแท้
ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าแบกรับภาระหนักและมองว่าการแข่งขันในราคาตลาดทั่วไปไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
มีรายงานว่าน้ำผึ้งไทยไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามศักยภาพ
เนื่องจากข้อมูลด้านโภชนาการของน้ำผึ้งไทยยังไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ ขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่จะชี้วัดคุณค่า
ขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตต้นทาง ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและความเข้าใจคุณค่าที่แท้จริง
น้ำผึ้งไทยจึงถูกด้อยค่าเป็นเพียงน้ำตาลราคาถูก แทนการยอมรับในฐานะซูเปอร์ฟู้ด(Superfood) ที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง
คณะวิจัยโครงการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับห่วงโซ่มูลค่าแบบองค์รวมของผลผลิตของชันโรงในประเทศไทย
โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(รวพ.) จึงเห็นถึงการสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ
พร้อมไปกับการสร้างความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้น้ำผึ้งเขตร้อน
และชันโรง ซึ่งคุณลักษณะที่โดดเด่นและแตกต่างจากน้ำผึ้งทั่วไป มีหมวดมาตรฐานเฉพาะของตนเอง
เพื่อยอมรับในระดับสากล ที่จะทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกน้ำผึ้งมากขึ้น
คณะวิจัยได้สร้างกลไกการขับเคลื่อนโดยใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน
เพื่อพัฒนามาตรฐานน้ำผึ้งไทย ด้วยการสร้างมาตรฐานแบบมีส่วนร่วมแบบยั่งยืนเรียกว่า 7S3A มีแกนหลักคือ 1.) Standard (มาตรฐาน)
สนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเข้าสู่ระบบฟาร์มมาตรฐาน (GAP) และมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัย
(GMP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สะอาดตรวจสอบย้อนกลับได้ 2)
Specialty (เอกลักษณ์เฉพาะถิ่น) ดึงจุดเด่นด้านรสชาติ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ
และสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งแต่ละท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 3)
Sustainability (ความยั่งยืน) ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เอื้อต่อระบบนิเวศ ตลอดจนการสร้างหลักประกันรายได้ที่เป็นธรรม
เพื่อเพิ่มศักยภาพกระบวนการผลิตน้ำผึ้งไทย ควบคู่กับการพัฒนาระบบคัดเกรดน้ำผึ้ง
หรือดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน (Tropical Honey Index: THI) ในการคัดเกรดน้ำผึ้งตามคุณค่าทางชีวภาพ
แยกน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมออกจากน้ำผึ้งคุณภาพต่ำ คัดน้ำผึ้งปลอมออกจากระบบได้ ซึ่งจะยกระดับราคาน้ำผึ้งไทยให้สูงขึ้นตามเกรดคุณภาพ
ส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานร่วม-เรื่องเล่าร่วม-สัญลักษณ์ร่วม ภายใต้แนวคิดมัลติแบรนด์
(Multi-Brand) สร้างภาพจำที่แข็งแกร่งให้แก่น้ำผึ้งไทยในสายตาประชาคมโลก
“ดัชนีชี้วัดน้ำผึ้งเขตร้อน (THI) คัดกรองน้ำผึ้งปลอมออกไป
จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อน้ำผึ้งไทยให้กลับคืนมา หากเรียกความมั่นใจกลับมาได้
มูลค่าการส่งออกที่ปัจจุบันอยู่ระดับพันล้านบาท จะขยายตัว สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อีกมาก”
รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ กล่าว
ผึ้งเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
ประเทศไทยมีสายพันธุ์ผึ้งท้องถิ่น 5 ชนิดจาก
8 ชนิดในทวีปเอเชีย ได้แก่ ผึ้งหลวง ผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ ผึ้งมิ้ม ผึ้งม้าน
และชันโรงอีก 34 สายพันธุ์ มีลักษณะ รสชาติเป็นเอกลักษณ์
ประกอบกับการทำเกษตรแม่นยำของคนไทย ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง แต่น้ำผึ้งไทยกลับเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานการส่งออก
ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น