รองนายกฯ ยศชนัน เยือนห้องแล็บ TIGERS-X ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชมสดภารกิจวิศวกรไทยคุมสเปซแล็บผลิตยาบนอวกาศ โดยฝีมือคนไทย
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่29 พ.ค.69 เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจส่งชุดทดลองวิทยาศาสตร์ จาก ฝีมือคนไทยทุกขั้นตอนที่ขึ้นไปทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
การเยี่ยมชมครั้งนี้
วัตถุประสงค์เพื่อเปิดระบบควบคุมการทำงาน ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.69 สิ่งที่น่าสนใจ คือระบบการทำงานที่ออกแบบให้กะทัดรัด
คล่องตัว
โดยใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็จำลองเป็นศูนย์ควบคุมจากที่ใดก็ได้บนโลก ศ.ดร.วเรศ
จันทร์เจริญ อาจารย์ผู้พัฒนาโครงการฯ ได้สาธิตการทำงานแบบคู่ขนาน (1:1) โดยขอให้ ศ.ดร.ยศชนัน ทดลองกดปุ่มสั่งงานชุดทดลองบนโลก (Parallel
Module) ส่งตรงไปยัง ISS ทันที มีช่วงความหน่วงเวลา
(Latency) ต่ำเพียง 1.2 วินาที
ผ่านเครือข่าย Near Space Network จากนั้นระบบจะโหลดไฟล์วิดีโอแสดงผลลัพธ์ผ่าน
FTP Server กลับมาแสดงผลบนหน้าจอแบบเรียลไทม์
รูปแบบนี้ช่วยลดข้อจำกัดและต้นทุนการพึ่งพานักบินอวกาศได้อย่างมหาศาล
แต่ทำงานได้แม่นยำ
หัวใจของโครงการ TIGERS-X
คือการใช้เทคโนโลยี Lab-on-a-chip (การย่อส่วนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์มาไว้บนชิปขนาดจิ๋ว)
ย่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีขนาดเล็กเท่าแผ่นนามบัตร รวมชุดการทดลอง (Payload)
ทั้งหมดให้กะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง
เพื่อความคล่องตัวในการขนส่งทางอวกาศ
เป้าหมายคือการศึกษาปรากฏการณ์อิมัลชัน
(Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสำรวจอวกาศเมื่อ
60 ปีก่อน
ว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่างน้ำกับน้ำมันจะผสมกันในรูปแบบใดเมื่ออยู่ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง
ข้อมูลเชิงโมเลกุลที่ได้เป็นรากฐานการพัฒนายาและอาหารทางการแพทย์
ปูทางไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Organ-on-a-chip ในอนาคต
รายงานแจ้งว่าปฏิบัติการนี้
สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยปัจจุบัน Supply Chain สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศใช้ชิ้นส่วนจากธุรกิจในประเทศได้ถึง
100% ขณะที่ศูนย์ทดสอบของไทยก็ประเมินมาตรฐานได้สูงถึง 90% ของ NASA แต่ใช้ต้นทุนที่ประหยัดกว่ามาก ไทยจึงมีความพร้อมเต็มที่ในการเป็นศูนย์กลาง
(HUB) ด้านเศรษฐกิจอวกาศใหม่ (New Space Economy) ของภูมิภาค
ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวว่า
Space Economy หรือเศรษฐกิจอวกาศ
เป็นหนึ่งในความหวังของประเทศไทย เรามีศักยภาพที่จะทำได้ โครงการแบบนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนได้เห็นของจริง
สิ่งที่กระทรวง อว. และประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อม ก็เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง
โครงการยังยึดแนวคิด Open Science เปิดเผยข้อมูลการทดลองผ่าน
Public Dashboard ให้คนทั่วไปติดตามผลได้ฟรี เป็นการทำลายกำแพงที่ว่าอวกาศเป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม
สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นศักยภาพของวิศวกรไทย เชื่อมั่นว่าเป้าหมายระดับอวกาศนั้นคนไทยก็ทำได้
#วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น