โมเดลท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำนำร่องกรุงเทพฯ สู่Net Zero
เสียงเรือหางยาวดังสนั่น
กลิ่นควันดีเซลลอยฟุ้ง แรงกระเพื่อมของน้ำซัดเข้าริมตลิ่ง กำลังกลายเป็นอดีตของชุมชนคลองบางมด
เขตทุ่งครุและบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เมื่อชาวบ้านร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
( มจธ. )ดัดแปลงเรือเครื่องยนต์สันดาปเป็นเรือไฟฟ้า หรือ E-Boat ขนาด 8-10
ที่นั่ง รองรับนักท่องเที่ยวและกิจกรรมล่องคลองเชิงอนุรักษ์ ลดทั้งเสียง
ควัน มลพิษ และต้นทุนพลังงานได้กว่า 60 % ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนริมคลอง
ต่อยอดสู่ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของกรุงเทพฯ
เป็นจุดเริ่มของต้นแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
เชื่อมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดกับการท่องเที่ยวชุมชน สร้างอาชีพใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนริมคลอง
ให้สอดรับกับเป้าหมาย Net
Zero วาระสำคัญของโลกและประเทศไทย
จุดเริ่มต้นของเรือไฟฟ้ามาจากความต้องการของคนในพื้นที่อย่าง
คุณสนธยา เสมทัพพระ หรือ “น้าโบ๋” ชาวบ้านคลองบางมด
ที่อยากคืนความเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์ให้กับชุมชน
หลังจากเห็นปัญหาเสียงเครื่องยนต์ ควันน้ำมัน
และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนริมคลองมาเป็นเวลานาน
“จากความต้องการนำความเงียบและอากาศบริสุทธิ์กลับสู่คลองบางมด
เราคิดว่าหากเปลี่ยนเรือเก่าเป็นเรือไฟฟ้า จะช่วยให้คลองน่าอยู่ขึ้น จึงศึกษาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า
นำอะไหล่มือสองจากรถอีวีมาปรับใช้กับเรือหางยาว พัฒนาเป็นเรือหางยาวไฟฟ้าต้นแบบ
ขนาด 8-10 ที่นั่ง ใช้งานได้จริง ให้บริการนักท่องเที่ยวล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลองบางมด
ไม่มีเสียงดังและควันรบกวนเหมือนเมื่อก่อน” น้าโบ๋กล่าว
น้าโบ๋
เล่าว่า ช่วงแรกของการพัฒนา ได้รับความร่วมมือจากศูนย์ Mobility and Vehicle
Technology Research Center หรือ MOVE มจธ. ช่วยออกแบบพัฒนาระบบขับเคลื่อนเรือไฟฟ้า
ให้คำแนะนำทางวิชาการและเทคนิคที่เหมาะสมกับการใช้งาน จนเปลี่ยนเรือเครื่องยนต์เก่าเป็นเรือไฟฟ้าได้สำเร็จ
ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA สถานทูตเนเธอร์แลนด์ และกรุงเทพมหานคร พัฒนาเรือโดยสารไฟฟ้าต้นแบบสำหรับสัญจรในคลอง
โดยดัดแปลงจากเรือขนขยะของ กทม. เป็นการนำเรือเก่ากลับมาสร้างมูลค่าใหม่แทนการขายทิ้ง
โดย กทม. สนใจผลักดันให้เขตต่าง ๆ ที่มีเรือเก่า ไปต่อยอดเป็นเรือท่องเที่ยวไฟฟ้า สร้างเสน่ห์ใหม่ให้การท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคต
รศ.
ดร.ชวิน จันทรเสนาวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความเป็นสากล มจธ. กล่าวว่า การเปลี่ยนมาใช้เรือไฟฟ้า
ส่งผลดีทั้งการลดต้นทุน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนพลังงานได้ 60-70% แม้จะช่วงเริ่มต้นมีภาระค่าแบตเตอรี่และมอเตอร์
แต่ประเมินว่าจะคืนทุนได้ภายใน3 ปี ช่วยลดมลพิษทางเสียง
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และลดมลพิษอากาศในชุมชน
มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เรือไฟฟ้าเพื่อชุมชน
ที่บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้การดัดแปลงเรือเครื่องยนต์สันดาปเป็นเรือไฟฟ้า
การดูแลและซ่อมบำรุงระบบมอเตอร์ไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน ช่างเครื่องยนต์ และผู้สนใจ รศ.
ดร.ชวิน กล่าวว่า ศูนย์นี้จะช่วยให้โครงการไม่หยุดอยู่เพียงเรือไฟฟ้าต้นแบบ 1 ลำ แต่จะเป็นที่สร้างทักษะใหม่ให้ชุมชน
ต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชนด้านเรือไฟฟ้า ทั้งการปรับปรุงเรือเก่า
การดูแลระบบขับเคลื่อน การให้บริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดย มจธ.
จะช่วยสนับสนุนด้านวิชาการ หวังว่าจะเป็นต้นแบบสร้างอาชีพใหม่
เพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่ ขยายโมเดลนี้ไปยังชุมชนริมคลองอื่น ๆ ของกรุงเทพฯ
ในอนาคต
ความคืบหน้าอีกมิติ
คือการเชื่อมเรือไฟฟ้าเข้ากับเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ในโครงการการร่วมสร้างต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ
เพื่อกรุงเทพเมืองยืดหยุ่นยั่งยืน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. ยกระดับชุมชนเกษตรเมืองริมน้ำให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม
ควบคู่กับการลดคาร์บอนของกรุงเทพฯ โดย ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ
กล่าวว่า การลดคาร์บอนในการท่องเที่ยวชุมชนต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การเดินทาง
ผู้ประกอบการ กิจกรรมท่องเที่ยว วัสดุ งานศิลปะ ไปจนถึงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
และพบว่าการเดินทาง เป็นกิจกรรมที่ก่อคาร์บอนมากที่สุด การเปลี่ยนมาใช้เรือไฟฟ้า ทำให้แนวคิดการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของคลองบางมดเป็นรูปธรรมมากขึ้น
“โครงการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่
เช่น วิสาหกิจชุมชนอารยะคลองบางมดสร้างสรรค์ เซฟติสท์ฟาร์ม เป็นต้น โดยออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำรวม
12 เส้นทาง เขตทุ่งครุ 6 เส้นทาง เขตบางขุนเทียน 6
เส้นทาง เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและการจัดการสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”
ดร.กัญจนีย์ กล่าว
ล่าสุด
เมื่อวันที่ 21
เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกิจกรรมเปิดตัวเรือไฟฟ้าต้นแบบ E-Boat จากท่าน้ำวัดพุทธบูชาไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์
คลองบางมด
สะท้อนความสำคัญของโครงการในฐานะต้นแบบที่อาจต่อยอดสู่การพัฒนาการเดินทางทางน้ำและการท่องเที่ยวสีเขียวของกรุงเทพฯ
ในระยะต่อไป
กรณีคลองบางมดจึงเป็นมากกว่าโครงการท่องเที่ยวชุมชน
แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจฐานรากแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สร้างทักษะแรงงานใหม่ เพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่น หากขยายผลไปยังคลองสายอื่นของกรุงเทพฯ
ได้ในอนาคต เรือไฟฟ้าอาจไม่ใช่เพียงทางเลือกใหม่ของการเดินทางทางน้ำ
แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมิที่ช่วยให้กรุงเทพมหานครเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
#มจธ.# E-Boat









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น