ยศชนัน ร่วมลงนาม 5 ข้อตกลงประวัติศาสตร์ไทย-จีน ด้านวิทยาศาสตร์-การพัฒนาทุนมนุษย์ นายกไทย-จีน เป็นสักขีพยาน เพื่อปลดล็อกเทคโนโลยีอวกาศห้วงลึกและนิวเคลียร์ฟิวชัน ปั้นบุคลากรทักษะสูง มุ่งยกระดับเศรษฐกิจ สร้างงาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ได้ร่วมในพิธีลงนามร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความตกลงด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างกระทรวง
อว. กับกระทรวงและหน่วยงานระดับสูงของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวม 5 ฉบับ อวันที่ 20 ก.ค.69 ณ
มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นสักขีพยาน
การลงนามครั้งนี้เป็นการนำพาประเทศไทยก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยี
เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
ศ.ดร.ยศชนัน
กล่าวว่า ความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับนี้ จะช่วยยกระดับนิเวศ ด้านการอุดมศึกษาและนวัตกรรมของไทยเชื่อมโยงกับจีนอย่างเป็นรูปธรรม
เจาะจงด้านเทคโนโลยียุทธศาสตร์เป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ
การจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีนด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก
การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน
การทำงานร่วมกันในระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou การสนับสนุนโปรเจกต์วิจัยร่วม
ในสาขาโลกอนาคต ทั้งเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate
Change) เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างกำลังคนคุณภาพสูง
ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ผลักดันงานวิจัยไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริงในมิติเศรษฐกิจ
บันทึกความเข้าใจและความตกลงทั้ง
5 ฉบับ มีรายละเอียดดังนี้
1. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนฯ
(บพค.) จะทำงานร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน
Thailand Tokamak-1 (TT-1) ของไทย
ขอบเขตความร่วมมือนี้ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่
การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่และจัดโครงการฝึกอบรม
การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ
การวิจัยทดลองร่วมกันโดยใช้เครื่องมือทดลองระดับแนวหน้าของจีน เช่น EAST และ HL-3 การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการปรับปรุงเครื่องโทคาแมคของประเทศไทย
ภายใต้ข้อริเริ่มโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) เพื่อปูทางไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดของประชาชนในอนาคต
2. การพัฒนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง
BeiDou สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
(NDRC) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักวิจัยเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีระบบดาวเทียมนำทาง
BeiDou ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
การนำไปประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ
บนพื้นฐานหลักความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน ช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศที่แม่นยำ
อำนวยความสะดวกทั้งในด้านการคมนาคม การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ
3. การขยายโอกาส สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา
สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดย ทำความตกลงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการพัฒนาทางวิชาการ โดยการมอบทุนรัฐบาลให้กับนักเรียนชาวจีนและชาวไทยฝ่ายละ
7 ทุนต่อปี ซึ่งอาจยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนเป็นทุนระยะสั้นเพื่อการศึกษาและวิจัยได้ตามความจำเป็น
ครอบคลุมถึงการสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทย-จีน
การแลกเปลี่ยนครูผู้สอนและอาสาสมัคร การร่วมจัดประชุมวิชาการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและงานวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อสร้างบุคลากรสายเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย
4. การจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน
ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
และองค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ร่วมกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วม
(Joint Laboratory) ในกรอบความร่วมมือของโครงการวิจัยเพื่อสำรวจอวกาศห้วงลึก
รองรับการวิจัยในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานฉางเอ๋อ-7 (Chang’e-7) 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาอุปกรณ์ และเทคโนโลยียานอวกาศ
การพัฒนาโครงข่ายโทรมาตร การศึกษาฝึกอบรม เปิดให้เยาวชนและนักวิจัยไทยมีส่วนร่วมในภารกิจอวกาศระดับโลก
กระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในประเทศ
5.โครงการวิจัยร่วมด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
โดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CAS)
จะสนับสนุน ให้ทุนโครงการวิจัยร่วมในสาขาแห่งอนาคต อาทิ
เทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร วิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์
ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการหุ่นยนต์ ชีวเคมี ความหลากหลายทางชีวภาพ
เครื่องมือแพทย์ วัสดุศาสตร์ พลังงาน เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีอวกาศ โดยจะได้รับการสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย
เพื่อนำผลงานวิจัยไปต่อยอดใช้ประโยชน์ ด้านการพัฒนาประเทศและสังคมไทยในมิติต่างๆ
อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะประกาศการเปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมอย่างเป็นทางการเร็วๆ
นี้






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น