ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

21 กรกฎาคม 2569

ถอดบทเรียนไม่จบเผาป่า8จังหวัดเหนือ

 สวพส.และสวก.เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาการเผาและฝุ่น PM2.5 บนพื้นที่สูง ยกระดับต้นแบบแม่แจ่มสู่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ( สวพส.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิงนโยบาย (Policy Forum) ต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคการเกษตรบนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมกว่า 160 คน

ผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่พบว่า ในปี พ.ศ. 2567 พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเกิดจุดความร้อนรวม 54,242 จุด พบในพื้นที่ป่า 45,016 จุด หรือร้อยละ 82 และในพื้นที่เกษตร 9,226 จุด หรือร้อยละ 17 ขณะที่พื้นที่สูงทั้ง 8 จังหวัดมีชุมชนอาศัยอยู่ 3,258 กลุ่มบ้าน และพบชุมชนที่ประสบปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรระดับรุนแรง ซึ่งมีจุดความร้อนมากกว่า 5 จุด และมีพื้นที่เผาไหม้ในระดับสูง จำนวน 599 กลุ่มบ้าน  ชุมชนที่ประสบปัญหาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ยากจน มีอาชีพหลักคือการทำไร่หมุนเวียนและปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งยังประสบข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งแหล่งน้ำ ถนน ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และอินเทอร์เน็ต รวมถึงขาดเงินทุนในการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต ตลาดรองรับสินค้าเกษตรปลอดการเผาและสินค้าเกษตรทางเลือกยังมีข้อจำกัด ไม่มีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน ส่งผลให้เกษตรกรยังขาดความเชื่อมั่นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต

จังหวัดที่พบการเผาระดับรุนแรง ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และน่าน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการกำหนดมาตรการและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของแต่ละพื้นที่

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และประธานอนุกรรมการวิจัยกล่าวว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และขยายผลต้นแบบการปรับระบบเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทภูมิสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM2.5 บนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง และลำพูน โดยศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ความสัมพันธ์ของจุดความร้อน (Hotspot) และพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน การถอดบทเรียนต้นแบบการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการปรับระบบเกษตร เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างมุ่งเป้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้ถอดบทเรียนแนวทางการปฏิบัติที่ดี (Good practice) ตามบริบทภูมิสังคม และดำเนินแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรแบบมุ่งเป้า ในพื้นที่ต้นแบบอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดชียงใหม่ และขยายผลต้นแบบไปยัง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบว่า สวพส. ได้ส่งเสริมการปรับระบบเกษตรให้เหมาะสมกับภูมิสังคมและความต้องการของเกษตรกร โดยมุ่งพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการผลิต การแปรรูป และการตลาด อาทิ การจัดการเศษวัสดุการเกษตร การปลูกข้าวโพดโดยไม่เผา การปลูกพืชผักในและนอกโรงเรือน การปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น กาแฟ และปศุสัตว์ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืชเชิงเดี่ยว ปัจจุบันมีการดำเนินงาน 33 กลุ่มบ้าน เกษตรกรเข้าร่วม 1,414 ครัวเรือน  พื้นที่ 14,430 ไร่ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้คำแนะนำและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตพืชทางเลือกอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการรับรองผลผลิตภายใต้ฉลาก Eco Brand สำหรับผลผลิตที่ไม่มีการเผาพื้นที่ปลูก ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

#สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น