ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DATAcenter แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DATAcenter แสดงบทความทั้งหมด

12 มิถุนายน 2569

เปิด HUB OF TALENTพัฒนาคนสมรรถนะสูงด้านAI

 สจล. ผนึก วช. เปิด HUB OF TALENT พัฒนากำลังคน AI - Data Center - Smart Energy คิดใหญ่ขับเคลื่อนไทยสู่ AI Hub แห่งอาเซียน


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เปิดตัวโครงการ HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่าย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ สจล. เพื่อวางรากฐานการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย โครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

กิจกรรมของงานประกอบด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์การลงทุน การวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้าน AI และ Data Center การสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนโครงการ Hub of Talent อย่างเป็นรูปธรรม

ระหว่างการเปิดตัว มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมสมอง กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่ กลุ่ม Data Center วางแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชาติ รองรับการลงทุนของผู้ให้บริการ Cloud และ Hyperscale Data Center ระดับโลก กลุ่ม Artificial Intelligence (AI) ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย นวัตกรรม การประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม กลุ่ม Smart Energy Management ออกแบบการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย

ข้อเสนอและผลลัพธ์จากการประชุมทั้ง 3 กลุ่ม จะสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Roadmap) เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาในระดับประเทศต่อไป

โครงการ HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT เป็น แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์แห่งชาติ สร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจรของประเทศ ได้แก่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับจากผู้ใช้ สู่ผู้สร้างเทคโนโลยี จากผู้ตามสู่ผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน Artificial Intelligence, Data Center, Digital Infrastructure และ Smart Energy Hub ของอาเซียนในอนาคต


รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล) ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาของศูนย์ฯ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนา Hybrid Talent หรือบุคลากรสมรรถนะสูงที่เข้าใจทั้ง AI, Data Center, Cloud Computing, Power System, Cooling Technology และ Digital Infrastructure เพราะโลกยุคใหม่ต้องการคนที่ไม่ได้เก่งเฉพาะด้าน แต่ต้องบูรณาการความรู้เพื่อสร้างโซลูชันจริงให้ประเทศ

ข่าวจาก สจล.แจ้งด้วยว่า งานลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 (KMITL EXPO 2026) ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งมีการแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เวทีเสวนานานาชาติ กิจกรรม Open House เวิร์กชอป กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนตลอดทั้ง 6 วัน ผู้สนใจติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial    และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

 

#พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง  # KMITLEXPO2026

สจล,AI, DATACENTER

16 พฤษภาคม 2569

ยศชนันยกสวทช.เครื่องยนต์วิจัยขับเคลื่อนภารกิจรัฐบาล

 ยศชนัน ผนึก 6 กระทรวง ปั้น สวทช. เครื่องยนต์วิจัยชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคม ย้ำ นวัตกรรมไทยต้องแก้โจทย์จริง-ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่15 พฤษภาคม 2569 ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐมนตรี จาก 6 กระทรวง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  รมว.กระทรวงแรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช). ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มี ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนักวิจัยและพนักงาน สวทช. ต้อนรับ      

 



ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวปาฐกถาหัวข้อ สวทช. ขุมพลังวิจัย เดินเครื่องประเทศไทยจากโจทย์จริง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตอนหนึ่งระบุว่าการเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ทลายกำแพงระหว่างหน่วยงานวิจัยและผู้ใช้งานจริง ส่งมอบโซลูชันจากงานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกระทรวง พร้อมขับเคลื่อน สวทช. ให้เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจาก สวทช.เป็นแหล่งรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อกระทรวงต่าง ๆ เห็นเครื่องมือรวมทั้งแล็บพื้นฐานจะทำงานสอดประสานกับ สวทช. และมีงานวิจัยที่พร้อมใช้งาน ตลอดจน DATA center ที่ สวทช. พร้อมให้บริการ คาดหวังจะเกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงกันหรือเรียกว่า Synergistic Government  และว่า สวทช. หน่วยงานวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศพร้อมเดินเครื่องขุมพลังวิจัยของประเทศ เพื่อเป็น National Research Engine หรือเครื่องยนต์วิจัยของชาติ ไม่ใช่แค่ทำวิจัยบนหิ้ง เป็นการนำโจทย์จริงจากทุกภาคส่วนแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธทางปัญญา นวัตกรรมในวันนี้ คือการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม กระทรวง อว. จะเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมโยงขุมพลังวิจัยนำงานวิจัยพร้อมใช้และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเร่งสนับสนุนทุกภารกิจของรัฐบาลให้เห็นผลลัพธ์สู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 


ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพประเทศผ่านงานวิจัยในมิติที่หลากหลาย กระทรวงแรงงาน ได้พัฒนาแรงงานฝีมือสูง ผ่านเทคโนโลยี 3D Printing และเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรทางการแพทย์และช่างฝีมือในอุตสาหกรรมอนาคต สอดรับกับแนวทางการดูแลสังคมของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่นำระบบนิรันดร์ (Nirun) มาบริหารจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ และเตรียมขับเคลื่อนธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand Food Bank) เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่กลุ่มเปราะบาง กระทรวงพลังงาน ขยายผลการตรวจสอบคุณภาพแผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ควบคู่กับการเร่ง Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับ สวทช. และกรมสรรพากร นำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาษีและการเงิน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกลไกของ BOI เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความยั่งยืนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นในอนาคต

 

 

#เครื่องยนต์วิจัยของชาติ