“ยศชนัน” เปิดเวที iMEDEV 2026 ผนึก 7 หน่วยงานไทย–ต่างชาติ ขับเคลื่อนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ ดันไทยสู่ Medical Hub
ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดการประชุมนานาชาติด้านนวัตกรรมและเครือข่ายเครื่องมือแพทย์
ครั้งที่ 2 การประชุมวิชาการทวิภาคีญี่ปุ่น–ไทย ครั้งที่ 9 (The 2nd Innovation and Networking in Medical Device International
Conference & the 9th Japan–Thailand Bilateral
Symposium: iMEDEV 2026) และเป็นสักขีพยานบันทึกความเข้าใจ (MOU)
ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ระหว่าง 7 หน่วยงาน ที่โรงแรมชาเทรียม
ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569
ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ของ
7 หน่วยงาน เพื่อการแลกเปลี่ยนบุคลากรและองค์ความรู้ทางวิชาการ การวิจัยร่วม
การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม การทดสอบและรับรองมาตรฐาน การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์
การผลักดันนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงทั้งภาคบริการสุขภาพและภาคอุตสาหกรรม ทั้ง 7หน่วยงาน
ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน
และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
ภายในงานมีการประชุมและเสวนาด้านนโยบายการพัฒนาเครื่องมือแพทย์
การบรรยายพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
การนำเสนอผลงานวิจัยและจัดแสดงนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้งานจริง อาทิ
วิศวกรรมชีวการแพทย์ที่ประยุกต์ใช้ AI เทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์
เทคโนโลยีฟื้นฟูระบบประสาท และเครื่องมือแพทย์สำหรับสังคมสูงวัย เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
และเชื่อมโยงงานวิจัยกับความต้องการของภาคการแพทย์และอุตสาหกรรม
ศ.ดร.ยศชนัน
กล่าวว่าการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ต้องอาศัยการพัฒนางานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier
Research) ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา
โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแพทย์
มหาวิทยาลัยจึงต้องเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม
ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาต้นแบบ
การทดสอบมาตรฐานและการทดลองทางคลินิก การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม
โดยเฉพาะจุดแข็งของไทยด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต บริการทางการแพทย์
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
รองนายกฯ และ
รมว.อว. กล่าวด้วยว่า กระทรวง อว. ได้ขับเคลื่อนโครงการเรือธง 3 ด้าน ได้แก่
“สยามซิลิกา” พัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ขั้นแนวหน้าด้านเซมิคอนดักเตอร์
“สยามเมดิกา” ส่งเสริมนวัตกรรมการแพทย์และเครื่องมือแพทย์“สยามเทอร่า” พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร
โดยบูรณาการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย การพัฒนากำลังคน
และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
ควบคู่กับการพัฒนาระบบสนับสนุนการทดสอบและทดลองทางคลินิก เพื่อนำผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง
สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ การเปิดรับสตาร์ตอัปและเครือข่ายนานาชาติให้เข้ามาร่วมพัฒนานวัตกรรมในประเทศไทย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น