ยศชนัน ปักหมุดกำแพงเพชร ชู “กล้วยไข่-ปุ๋ยสั่งตัด” ทำเงิน วว.ขน 7 นวัตกรรม ร่วม มรภ.กำแพงเพชรถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตเกษตร แปรรูป
เมื่อวันที่ 11
ต.ค.69 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร บรรยายพิเศษ
เรื่องการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยราชภัฏ สู่การเป็นคลังสมองของจังหวัด
ด้วยการผลิตบัณฑิต วิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่
วาระเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน
ได้เป็นสักขีพยานการทำบันทึกความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) และเครือข่าย 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่วมมือกับองค์การสุราเพื่อการผลิตเอทานอล
2.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างถาวรและยั่งยืน
วว.ได้นำเสนอนวัตกรรมเกษตรและแปรรูปเด่น 7
รายการที่แก้โจทย์อย่างตรงจุด 1. ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด
(สำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง) บำรุงพืชได้แม่นยำตามสภาพดิน
ฟื้นฟูดินและลดต้นทุนลงได้สูงสุดถึง 60% 2. การผลิตกล้วยต้นเตี้ยด้วยเทคโนโลยีช่วยลดความเสียหายของลำต้นและผลผลิตจากสภาพอากาศแปรปรวน
ให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ เพิ่มรายได้ 20-30%
3. ต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรค จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นกล้าปลอดเชื้อไวรัส
ลดการใช้สารเคมี เพิ่มผลผลิตได้ 80-100%
4.เตาชีวมวล เพื่อแปรรูปอาหาร ลดเวลาการกวน ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้
37.43% 5.เครื่องหั่นกล้วยสไลด์ เพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปขึ้น 50% ลดการใช้แรงงาน 60% 6.การผลิตสุราท้องถิ่น แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง
ช่วยราคาพืชผลและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน
7. โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำจากมันสำปะหลัง ความบริสุทธิ์
99.5% ลดการใช้พลังงานในการผลิตลง 40% ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศตามแนวทาง
BCG
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า
มหาวิทยาลัยต้องตั้งโจทย์ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า
จังหวัดจะดีขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยได้อย่างไร กำแพงเพชรต้องดึงจุดแข็งที่สุดออกมาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่เข้มแข็งอยู่แล้ว โดยเฉพาะกล้วยไข่ GI ไม่ใช่ไม่มีของดี แต่ต้องนำนวัตกรรมมาต่อยอด และว่าได้นำงานวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) เข้ามา ส่วนการเชื่อมโยงกับธุรกิจท้องถิ่น ระบุว่า ธุรกิจชุมชนหรือ SME
ควรตั้งเป้าใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นให้ได้ถึง 70% เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับไปสู่ชาวไร่ชาวนาของเราอย่างแท้จริง





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น