ยืนยันหลักการเดิม ทางออกอุเทนถวาย-ปทุมวัน ยึดกฎหมายและความปลอดภัยสูงสุด ผ่อนผันให้นักเรียนบางคนเข้าใช้ Lab ได้ ช่วงสอบ โดยมีตำรวจคุ้มเข้ม วิงวอนทุกฝ่ายก้าวผ่านไปด้วยความเข้าใจ
ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยเมื่อวันที่22ต.ค.69ภายหลังการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
วิทยาเขตอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหาทางออกและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่า
กระทรวง อว. ยึดหลักการการดูแลนักศึกษา การยึดกฎหมาย รักษาความปลอดภัย
และเยียวยาอย่างเป็นธรรม
การหารือ 3 ฝ่าย
ศ.ดร.ยศชนัน ได้ยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจน 3 ประเด็น 1. ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย
ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด เพราะเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(กยพ.)สิ่งที่ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด
ครอบคลุมการดูแลค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ การช่วยเหลือค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว
ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
2.
งดการเรียนการสอนในพื้นที่ มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน
เป็นเรื่องของความปลอดภัยในนักศึกษา และความปลอดภัยของประชาชนในเมือง โดยได้พูดคุย
ประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้เปิดห้องปฏิบัติการ
(Lab) รองรับนักศึกษา ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ
(Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร.
ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า
เบื้องต้นประเมินว่าห้องแล็บที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ
กรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิค ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ
สามารถพูดคุยได้
โดยจะพิจารณาผ่อนผันให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้แล็บในพื้นที่เดิมได้เป็นรายกรณี
(Case-by-case) โดยเฉพาะในช่วงสอบที่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการ
กระทรวง อว. จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
3. มีมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม
ลดค่าเทอม 50% - ดึงเครือข่าย มทร. และภาคอุตสาหกรรมร่วมปั้นทักษะ โดยจะประสานเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มเทคโนโลยีราชมงคล
เพื่อรองรับการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการในสาขาโลจิสติกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์
วิศวกรรมโยธา และงานก่อสร้าง และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่
ส่วนพื้นที่เดิม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยัน จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา (Lifelong Learning) และนวัตกรรม
โดยเปิดวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อออกแบบการใช้ประโยชน์
ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจะทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรม
ส่งนักศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษา
"ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย
ไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียว เข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ
เป็นอย่างดี แต่เมื่อจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม"
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว.
อุเทนถวาย,ปทุมวัน,มทร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น