ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โควิด-19 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โควิด-19 แสดงบทความทั้งหมด

14 เมษายน 2563

โควิด-19 อาเซียน /สิงคโปร์แซงหน้าไทย

โควิด-19 อาเซียน  /สิงคโปร์แซงหน้าไทย
 วันที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 19.30 น. 

⬆️⬆️ สิงคโปร์ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูง จำนวนผู้ติดเชื้อรวมแซงไทยแล้ว ⬆️⬆️
⬆️⬆️ พม่าขยับสูงขึ้นมาก 50% ในวันเดียว                                    ⬆️⬆️

จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด

-สิงคโปร์      +386 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 2,918 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน

-ฟิลิปปินส์     +291 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 5,223 ราย)

-อินโดนีเซีย  +282 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 4,839 ราย)

-มาเลเซีย      +170 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 4,987 ราย)

-ไทย              +34 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 2,613 ราย)

-พม่า              +21 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 62 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน

-เวียดนาม        +1 ราย   (รวมติดเชื้อสะสม 266 ราย)
-บูรไน              +0 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 136 ราย)
-กัมพูชา           +0 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย)
-ลาว                +0 ราย  (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย)

ข้อมูล :สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)

13 เมษายน 2563

ทำท่าจะดี สงกรานต์มีเสียวโควิดกระเซ็น

ทำท่าจะดี สงกรานต์มีเสียวโควิดกระเซ็น พร้อมทัพคนไทยอีก 1,200 คืนถิ่น


ย้ำ ๆ ๆ สงกรานต์ นี้ อย่าฉีด พ่น สาด ราด รด น้ำ ดำหัว เป็นอันขาด


เพราะคนมีเชื้อโควิด-19 จามในจังหวะฉีดน้ำ จะพาเชื้อไปไกลกว่า 2 เมตร กระจายไปอีกเพียบ... นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา2019 กล่าว


ทั้งนี้ รวมถึงการรดน้ำญาติผู้ใหญ่ เพราะเรื่องติดเชื้อจากคนในครอบครัวไม่ใช่ของเล่น

รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ วันที่ 12เม.ย.63 มีเพียง 33 คน ที่หายจนกลับบ้านได้มีถึง 83 คน แต่ข้อมูลด้านลึกพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่สัมผัส กับรายก่อนๆหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่พบผู้ป่วย ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศก็ยังมี



จำนวนผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นชายไทยวัย 74 มีโรคประจำตัว เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มีประวัติดื่มสุรา สูบบุหรี่ เคยเข้าไปในที่ชุมชน มีการรวมกลุ่ม เข้ารักษาด้วยอาการไข้ ปวดเสียดท้อง ตรวจพบเชื้อ รายที่สองเป็นหญิงไทย อายุ 65 มีโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วน มีประวัติเสี่ยงไปเยี่ยมญาติ และมีญาติมาเยี่ยมขณะรักษาพยาบาล เข้ารักษาด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อย เพลีย รายที่สาม เป็นชายไทยอายุ 44 สถาบันบำราศนราดูร รับตัวจาก รพ.เอกชนด้วยอาหารหนัก อวัยวะล้มเหลวหลายส่วน ใช้ยาทุกตัว แต่ก็เสียชีวิตในที่สุด


สรุป มีผู้ป่วยสะสม 2,551 คน ยอดรวมที่หาย กลับบ้านแล้ว 1,218คน ที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 1,295 คน เสียชีวิตทั้งสิ้น 38 ราย


นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป แจกแจงว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว คนอายุมากกว่า 70 ปี มีอัตราการตายถึง 10% จึงต้องช่วยกันปกป้องให้ผู้สูงอายุปลอดภัย ไม่ป่วย เพื่อไม่เสี่ยงต่อชีวิต ส่วนคนที่ร่างกายแข็งแรง หากอยู่ใกล้คนป่วยก็ติดได้ เพราะโรคนี้ติดต่อง่าย รายใหม่ส่วนใหญ่รับเชื้อจากการสัมผัสคนที่ป่วยอยู่ในระบบที่เผลอไม่ได้ก็คนในครอบครัว พบการติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 50


หันมาดูสถิติ จำนวนผู้คิดเชื้อใหม่ 33 คน ทำให้กราฟปักหัวต่ำลงอีก ตัวเลขนี้เคยเกิดขึ้นวันที่ 16 มี.ค.63 โดยสัปดาห์นั้นมีตัวเลขระดับ30เศษติดต่อกัน 4 วันจากนั้นจึงดีดขึ้นไป 50,70 และถึงหลักร้อยครั้งแรกวันที่ 22 มี.ค.63จนถึงวันที่ 8 เม.ย.63


สถิติของผู้ที่รักษาหาย ก็มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี โดยวันที่12จนถึง 30มี.ค.63 เส้นแสดงผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งสูงลิบ มีคนที่รักษาหายต่ำติดพื้น เช่นวันที่ 22 มี.ค.63 ยอดผู้ป่วยใหม่188คน รักษาหายเพียง 1 จนถึงวันที่ 31มี.ค.63 จำนวนผู้ได้รับการรักษาหายสูงสุดถึง 215 ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่มี 127 คน หลังจากนั้นมา หากผู้ป่วยรายใหม่ต่ำกว่า 100 กราฟแสดงจำนวนคนที่หายก็พุ่งสูงขึ้นเด่นขึ้นทันที


ถือว่าสถานการณ์โดยรวมของไทยอยู่ในเกณฑ์น่ายินดี แต่มีการข้อสังเกตว่า บางประเทศในอาเซียน จำนวนผู้ป่วยใหม่ยังเพิ่มอยู่ มาเลเซีย ผู้ป่วยสะสม4,683 คน เพิ่มขึ้น 153 ฟิลิปปินส์ 4,648 คน เพิ่มขึ้น 220 เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 50 ราย อินโดนีเซียรวม 4,241 คน เพิ่มขึ้น399 เสียชีวิต เพิ่มอีก 46 สิงคโปร์ รวม 2,299 คน เพิ่มขึ้น 191


ทั้งมีรายงานว่า จะมีคนไทยในมาเลเซีย ขอกลับเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.63


ไม่มีอะไรหรอก??



ขอบคุณ www.newtv.co.th

27 มีนาคม 2563

เยียวยาโควิดไม่กลัวติดเชื้อ ออแน่นออมสินขอพร้อมเพย์


เยียวยาโควิดไม่กลัวติดเชื้อ ออแน่นออมสินขอพร้อมเพย์

ออมสินป่วน คนแห่ขอเปิดบัญชี พร้อมเพย์ รอเงินเยียวยาโควิดคนละ 5,000 จนต้องปิด วอนให้รอลงทะเบียนออนไลน์ เราไม่ทิ้งกันดอตคอม  28 มีค ไม่ต้องไปธนาคาร ระบบจะโอนเข้าบัญชีอง

ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน แจ้งว่า ช่วงวันที่ 26-27 มีนาคม 2563มีประชาชนจำนวนมากแห่กันไป ที่สาขาธนาคารออมสินหลายแห่ง จนแออัดแน่นพื้นที่ เพื่อขอเปิดบัญชีเงินฝาก หรือเชื่อมต่อพร้อมเพย์กับบัญชีเงินฝาก สำหรับการรับเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท ต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน ติดต่อกัน ระหว่างเดือน เมษายนถึงเดือนมิถุนายน 
การสนับสนุนเงินช่วยเหลือดังกล่าว เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 24 มีนาคม 2563 ให้มีมาตรการเยียวยา ด้วยการชดเชยรายได้แก่แรงงาน ลูกจ้าง  ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยเปิดให้ผู้อยู่ในข่ายได้รับการเยียวยา ลงทะเบียนออนไลน์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 ผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารขอแนะนำไม่ต้องรีบไปทำธุรกรรมดังกล่าว เพราะติดต่อได้เรื่อยๆ ยังไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนเสร็จและมีการตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อย การรับเงิน จะทำได้  2 ช่องทาง คือ บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประจำตัวประชาชน หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารใดก็ได้ที่แจ้งไว้
“ผู้ลงทะเบียนไม่ต้องเดินทางมาที่ธนาคารออมสินเพื่อติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสามารถลงทะเบียนที่บ้านผ่านเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน .com ได้เลย เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำของรัฐบาล และแพทย์ ซึ่งไม่ต้องการให้ประชาชนมาอยู่ใกล้ชิดกัน แออัด หรือรวมกันเป็นกลุ่ม อาจเป็นช่องทางให้เกิดการติดเชื้อไวรัสกันได้”

               อย่างไรก็ตาม การที่มีประชาชนจำนวนมากไปทำธุรกรรมดังกล่าวที่สาขาธนาคารออมสินหลายแห่งในหลายพื้นที่ ช่วงวันที่ 26-27 มีนาคม 2563 จนเกิดความแออัดหนาแน่นภายในพื้นที่สาขา อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้ามชุมนุมและรวมตัวกันในสถานที่แออัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19 ธนาคารฯ จึงขอปิดการให้บริการสาขาในบางสาขาที่มีประชาชนไปใช้บริการจำนวนมาก เพราะอาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ต่อทั้งประชาชนและพนักงานธนาคารออมสิน ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

26 มีนาคม 2563

โควิดกับกลุ่มเสี่ยงวัย 70

โควิดกับกลุ่มเสี่ยงวัย 70

วช.มหิดล เปิด 10 จังหวัด มีกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อายุเกิน 70 มากสุด ชี้ทั่วประเทศมีถึง 4.7ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ภาคอีสาน เหนือ

ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และ รศ.ดร.รศรินทร์ เกรย์ คณะทำงานโครงการวิจัยประเทศไทยในอนาคต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการศึกษาประชากรของประเทศไทยอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป มีจำนวนทั้งสิ้น 4,764,684 คน เป็นเพศชาย 1,804,914 คน คิดเป็น 38% เพศหญิง 2,959,770 คน คิดเป็น 62%

         ประชากรกลุ่มวัยนี้ กระจายอยู่ทั่วประเทศ มากที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ1,547,872 คน ภาคเหนือ 977,312 คน ภาคใต้ 591,581 คน ภาคตะวันออก 311,557 คน และภาคตะวันตก 288,881 คน กรุงเทพมหานคร 425,847 คน ปริมณฑล 380,612 คน

ทั้งนี้ สัดส่วนของประชากรผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป คิดเป็น 7.25% ของประชากรทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ต่อประชากรมากที่สุด ได้แก่ สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พัทลุง ลำปาง อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และพิจิตร ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีประชากรผู้สูงอายุ 10 อันดับแรกของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น สงขลา บุรีรัมย์ เชียงรายนครศรีธรรมราช และชลบุรี ตามลำดับ

ประชากรวัย 70 ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ร่วมกับกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว และกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ทั้งนี้ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 กำหนดให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ อยู่ในเคหสถานหรือบริเวณสถานพำนักของตนเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก โดยมีคำแนะนำว่า เมื่อมีอาการป่วยต้องรีบรายงานแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้การรักษาเป็นการลดอัตราเสี่ยงการเสียชีวิตของกลุ่มเสี่ยงนี้ได้อย่างทันท่วงที

รายงานแจ้งว่า จากผลการวิจัยอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคโควิด-19 ทั้งจากองค์การอนามัยโลก ประเทศจีน และอิตาลี เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุดต่อการติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิต ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า 1% ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปมีอัตราการเสียชีวิต 8.0-9.6% และอายุ 80 ปีขึ้นไปมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 14.8-19.0% ดังนั้นจึงต้องดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษมิให้ติดเชื้อโควิด-19