อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ยังคงพร้อมปฏิบัติภารกิจเป้าหมายไทยไปสำรวจดวงจันทร์ เดินหน้าต่อ หลังเลื่อนส่งยานฉางเอ๋อ 7 เป็นปีหน้า
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
(องค์การมหาชน) หรือ NARIT รายงานว่า เนื่องจากพายุโซนร้อนนาร์ราในทะเลจีนใต้
อาจส่งผลต่อมาตรฐานความปลอดภัยการปล่อยจรวด จึงยกเลิกการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5
Y14 เพื่อนำส่งยานอวกาศฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่อวกาศ
ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ออกไปเป็นปี 2570 ด้วยภารกิจฉางเอ๋อ 7
มีเป้าหมายแตกต่างจากภารกิจฉางเอ๋อก่อนหน้านี้ โดยมีแผนจะลงจอดบริเวณขอบหลุมอุกกาบาตแชคเคิลตัน
ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ เพื่อค้นหาน้ำแข็งบนพื้นหลุมที่แสงอาทิตย์แทบไม่ส่องถึง ซึ่งขั้นตอนการลงจอดต้องอาศัยแสงอาทิตย์ส่องให้เห็นพื้นผิวและผลิตพลังงานให้กับแผงโซลาร์เซลล์
ที่ต้องมีมุมแสงที่เหมาะสม มีระยะเวลาสว่างต่อเนื่องยาวนานเพียงพอ แต่ช่วงปี 2569
ต่อจากนี้ ไม่เหลือเวลาที่ทิศทางแสงเอื้อต่อภารกิจ จึงต้องเลื่อนการปล่อยฉางเอ๋อ 7
เป็นปีถัดไป
สำหรับอุปกรณ์ CE-7 MATCH หรือ Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope ของไทย
ได้พัฒนาให้ยืดหยุ่นต่อช่วงเวลาของภารกิจ ตัวอุปกรณ์ ไม่มีแบตเตอรี่ที่ต้องกังวลต่อการเสื่อมสภาพ
อาศัยพลังงานจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของตัวยานโคจร จึงไม่มีข้อจำกัด หลังจากนี้จะถอดอุปกรณ์ออกจากยาน
นำไปเก็บรักษาไว้กับหน่วยงานกำกับขององค์การอวกาศแห่งชาติจีน
โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทยยังติดตามสถานะของอุปกรณ์ และดำเนินการตามขั้นตอนทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
จนกว่าจะถึงวันกำหนดปล่อยอีกครั้ง
ดร.
วิภู รุโจปการ ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ยืนยันได้ในวันนี้ว่า CE-7 MATCH ยังพร้อมสำหรับภารกิจ
การเปลี่ยนกำหนดการปล่อยไม่ส่งผลต่อความพร้อมของอุปกรณ์และความตั้งใจของเรา
อุปกรณ์ชิ้นนี้เกิดจากองค์ความรู้ การทำงานของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย
ตั้งแต่การพัฒนาโจทย์วิทยาศาสตร์ การออกแบบ สร้าง ประกอบ ทดสอบ
จนพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานในอวกาศ แม้ต้องรอวันออกเดินทางนานกว่าที่คาดไว้
แต่ยังมีความหวังและพร้อมสำหรับวันที่จะเดินทางสู่ดวงจันทร์
CE-7 MATCH เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกันพัฒนา
จากโจทย์ของนักวิจัยไทย ออกแบบ พัฒนา สร้าง ประกอบ
และทดสอบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย เพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ
และสร้างองค์ความรู้สำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต
ดร.
พีรพงศ์ ต่อฑีฆะ วิศวกรวิจัย NARIT และหัวหน้าวิศวกรพัฒนาอุปกรณ์
CE-7 MATCH กล่าวว่าจะเดินหน้าทำงานต่อทั้งโครงการ CE-8
ALIGN และพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านวิศวกรรมอวกาศห้วงลึกในประเทศไทย
เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้และร่วมพัฒนางานด้านอวกาศ
แม้ต้องรอออกไปอีกระยะหนึ่ง
แต่ทีมงานยังมีกำลังใจและความมุ่งมั่นที่จะพาอุปกรณ์ของไทยไปดวงจันทร์ให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้เส้นทางสู่ดวงจันทร์ผ่านกลศาสตร์วงโคจรและคณิตศาสตร์ขั้นสูง
ในแง่ขององค์ความรู้ ถือว่าเราไปถึงดวงจันทร์แล้ว



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น