ยศชนัน นำทัพ BOI เยือน High Tech Campus ชวน 30 เทคสตาร์ตอัป ปักหมุดไทย ตั้งฐานวิจัยและผลิต ชูวิสัยทัศน์ Semiconductor Thailand ดันไทยขึ้นแท่นฮับดีปเทคแห่งอาเซียน เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่พลิกโฉมอนาคตประเทศ
ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เข้าร่วมการสัมมนา
หารือกับกลุ่มนักลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ ที่ 3EALITY ภายใน
High Tech Campus ประเทศเนเธอร์แลนด์
จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต
คณะผู้แทนไทยได้พบปะเจรจากับผู้บริหารระดับสูงจาก
NXP Semiconductors และ Invest International ผู้บริหารของกลุ่มบริษัทสตาร์ตอัปและบริษัทที่กำลังขยายตัว (Scale-up)
ด้านเซมิคอนดักเตอร์ราว 30 แห่ง ภายใน High
Tech Campus โดยได้ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการถึงกลุ่มบริษัทดังกล่าวเข้ามาตั้งฐานการทำวิจัย
พัฒนาเทคโนโลยี จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในไทย
ใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดนำเทคโนโลยีมาต่อยอดขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน
มีการนำเสนอความพร้อมและศักยภาพของประเทศในการเป็นฐานรองรับการลงทุน โดยระบุถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาทุนมนุษย์
ได้บรรจุทักษะที่อุตสาหกรรมชิปต้องการเข้าสู่หลักสูตรการศึกษา
ซึ่งเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว
ไทยมีความเหมาะสมเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเชิงลึกแห่งใหม่ของภูมิภาค
ด้วยความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในฐานะผู้นำด้านอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ชั้นนำที่ต้องการใช้ชิปมหาศาล
มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการแพทย์ (Med-tech) หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการเกษตร ทำเลยุทธศาสตร์
อยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 600
ล้านคน
ศ.ดร.ยศชนัน
เปิดเผยหลังการหารือว่า
เนเธอร์แลนด์ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการทำวิจัยเพียงลำพังเป็นระบบนวัตกรรมแบบเปิด
(Open Innovation) ให้บริษัทหลายร้อยแห่งเข้าใช้พื้นที่
สร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน จนได้รับการยกระดับให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep
Tech Area) มีบุคลากรมันสมองระดับหัวกะทิทำงานร่วมกันนับหมื่นคน HighTech
Campus เคยเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยทางฟิสิกส์ของบริษัท Philips
มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง โดยเฉพาะClean Room
จำนวนมาก
รองนายกฯ
ขยายความถึงแผนปฏิบัติการ MHESI Action Plan 2026–2030 กำหนดให้Semiconductor
Thailand เป็นวาระเรือธง (Flagship) โดยระบุว่าเซมิคอนดักเตอร์คือเสาหลักของทุกอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ตั้งแต่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีพลังงาน หุ่นยนต์ 6G
เทคโนโลยีควอนตัม โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกในการพัฒนาอุตสาหกรรมกลุ่ม Photonic
IC, Power IC และ Sensor มุ่งสู่ Biosensor
Thailand
"การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตจำนงของไทยอย่างชัดเจน
ในการก้าวข้ามจากผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นพันธมิตรร่วมพัฒนา
เป็นฐานการลงทุนแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่ผ่านมาบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของเนเธอร์แลนด์มักมองไปที่สิงคโปร์ มาเลเซีย
และเวียดนาม ถึงเวลาแล้วที่ทุกท่านจะต้องมองมาที่ประเทศไทย" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์เกือบสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ตั้งแต่เทคโนโลยี Lithography (ASML), การ Deposition/Epitaxy
ฝั่ง Front-end (ASM International) การประกอบและแพ็กเกจจิ้ง
Back-end (BESI) จนถึงบริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง NXP และ Nexperia พร้อมฐานซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง
โดยมี Brainport Eindhoven เป็นศูนย์กลางที่สั่งสมประสบการณ์กว่า
40 ปี ผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
ปัจจุบันมีบริษัทร่วมเครือข่ายกว่า 300 แห่ง
สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
#เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ #SemiconductorThailand







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น