บพท.อวดผลงานกับคณะติดตามประเมินผลทางวิทยาศาสตร์
ยกงานวิจัย มจธ.ธัญบุรีใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเปลี่ยนกล้วยตกเกรด
วัสดุเหลือทิ้งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์ เป็นแป้ง เป็นไขมันแทนครีมเทียม
กล้วยสุกทำแยมไอศกรีม สารให้ความหวานเพิ่มรายได้วิสาหกิจชุมชน 60%
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา
ผอ.หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)
นำคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ในการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(ววน.=วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนพ.สุวิทย์
วิบูลผลประเสริฐ เป็นประธาน
ไปเยี่ยมชมการการยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากล้วยปทุมธานีของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(องค์การมหาชน) (รวพ.) โดย บพท. ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีพ วัดไก่เตี้ย
จังหวัดปทุมธานี นำเสนองานวิจัยที่ยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกร
จัดการบริหารความเสี่ยงผลผลิตด้วยระบบพัฒนาการผลิตกล้วย ช่วยตัดสินใจคำนวณต้นทุนและวางแผนการปลูกกล้วยมาตรฐาน
GAP เพิ่มมูลค่าผลผลิตตกเกรดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานการผลิต
สร้างโอกาสผู้ประกบการรายใหม่และโอกาสทางการตลาด
ดร.กิตติกล่าวว่า
จังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้า 21,142 ไร่ ผลผลิต 80,867 ตัน/ปี มูลค่า 1,669.75 ล้านบาท เป็นกล้วยตกเกรดร้อยละ 20-30 บางช่วงผลผลิตล้นตลาด
มีขยะหลังการเก็บเกี่ยวกว่า 3 หมื่นตัน/ปี
บพท.สนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน
เปลี่ยนกล้วยตกเกรดและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์
นักวิจัยได้พัฒนาแป้งกล้วย
เช่น แป้งทดแทนแป้งสาลี ไขมันทดแทน และครีมเทียมข้น
ใช้เทคโนโลยีแช่แข็งแปรรูปกล้วยสุก เช่น กล้วยหนึบ แยม ไอศกรีม สารให้ความหวานผง
กล้วยกรอบคาราเมลธัญพืช
เส้นใยสิ่งทอสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่รักษ์โลกและแบรนด์มูลค่าสูง นำระบบสารสนเทศและมาตรฐาน
GAP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการต้นทุน
ขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 29 ราย สร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-75
รายได้วิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่นกลุ่มกล้วยกรอบมีรายได้เพิ่มร้อยละ
68.83 ยอดขายกว่า 1.6 แสนบาทภายใน 15
เดือน นอกจากนี้ยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น