สวทช.จัดใหญ่ประชุมวิชาการ NAC2026 วันที่ 24-28 เม.ย.69 นำเสนองานวิจัย นวัตกรรมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ ขนนวัตกรรมเด่นเพื่อนำทุกฝ่ายสู่ Net Zero ตั้งแต่ระบบบัญชีคาร์บอนอัตโนมัติ เห็นจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเรียลไทม์ ไบโอดีเซลพรีเมียมเพื่อการขนส่งคาร์บอนต่ำ จนถึงเชื้อเพลิงอากาศยาน เปลี่ยนขยะพลาสติก สนิมเหล็ก เป็นวัสดุนาโนกักเก็บมีเทน . ให้ลงทะเบียนร่วมงานได้ตั้งแต่บัดนี้
ศ.ดร.ชูกิจ
ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการ
ประจำปี 2569 วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 9.00 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
จ.ปทุมธานี สวทช. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน NAC2026 ที่ไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานวิจัย
แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ ที่จะนำงานวิจัยไทยไปใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวว่างาน
NAC2026 นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ (Ready-to-use)
เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทุกมิติ ทำให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง
ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน หรือ S&T
Implementation for Sustainable Thailand พาประเทศมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
(Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 เป็นเวทีระดับประเทศเชื่อมโยง
ถ่ายทอดองค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยีของ สวทช. และพันธมิตรวิจัยสู่ทุกภาคส่วน
รวบรวมผู้เชี่ยวชาญนักวิจัยจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียนนักศึกษา คณาจารย์ไว้ที่เดียว
นำเสนอประสบการณ์หลากหลาย
เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ผู้สนใจเข้าร่วมงาน NAC2026
ได้ตลอดทั้ง 5 วันตั้งแต่วันที่ 24 – 28 เมษายน 2569
ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ลงทะเบียนได้ฟรีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์
www.nstda.or.th/nac ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม
2569 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 0-2564-800
รศ. ดร.เติมศักดิ์
ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ประธานจัดงานประชุมวิชาการเปิดเผยว่า
สวทช. นำผลงานเด่น 5 รายการเป็นไฮไลต์จากวิจัยกว่า 100 ผลงาน ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ
(Acamp) ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT (Zcarbon Box) ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและ SMEs เห็นจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แบบเรียลไทม์
2.ชุดตรวจเชื้อ EHP แบบรวดเร็ว (EHP
Test Kit) สำหรับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้ง เป็นชุดตรวจภาคสนามรู้ผลไวภายใน
25 นาที คัดกรองกุ้งแคระแกร็นได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสียหายจากโรคระบาดได้ทันท่วงที
3. ไบโอดีเซลพรีเมียม
H-FAME เพื่อการขนส่งคาร์บอนตํ่า เติมได้กับรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรกลที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลโดยไม่ต้องดัดแปลง
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งด้วยต้นทุนที่เหมาะสม 4. SAF เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน สู่ยุคการบินคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับมาตรการ ICAO
CORSIA ต่อยอดการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุด 80% 5. MOFs เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม
ขวดพลาสติกใช้แล้ว สนิมเหล็ก น้ำยากัดแผงวงจร ให้เป็นวัสดุนาโนรูพรุนมูลค่าสูง
สำหรับกักเก็บก๊าซมีเทน ดูดซับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และก๊าซ
NOx ต้นตอของฝุ่น PM2.5
รวมถึงฆ่าเชื้อจุลชีพ ด้วยกระบวนการผลิตต่อเนื่อง ปริมาณมาก ต้นทุนต่ำ
ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีกิจกรรมเปิดบ้าน
สวทช. (Open House) ให้เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศวิจัยมาตรฐานสากลผ่าน
14 เส้นทางเทคโนโลยี ใน 5
กลุ่มนวัตกรรมและบริการ ได้แก่ นวัตกรรมเกษตรฟื้นฟูและอาหารแห่งอนาคต, พลังงานไร้คาร์บอนและโซลูชันการกักเก็บ, อุตสาหกรรมอัจฉริยะคาร์บอนต่ำ,
บริการ NQI เพื่อความยั่งยืนและ Net
Zero รวมถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน การเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร
กิจกรรมเยาวชน (Youth
& STEM) ปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับทักษะแห่งอนาคต
ดัวยกิจกรรม STEM Education กว่า 15
หัวข้อ อาทิ Carbon Footprint, Wind-Tech Maker และ Closing
the Loop เวิร์กช็อปประกอบหุ่นยนต์ที่เยาวชนนำกลับบ้านได้จริง
นอกจากนี้ยังมีการแสดงสินค้านวัตกรรมในพื้นที่
ตลาดนัดนวัตกรรม (NAC Market) นำสินค้านวัตกรรมรักษ์โลกจากผู้ประกอบการไทยที่ใช้เทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่ชิม ชม ช็อป ได้ตลอดงาน
# อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย






%20%E0%B8%AA%E0%B8%B3_0.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น