ข่าวสาร AI วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

21 มีนาคม 2569

AI การแพทย์ไทยรุดหน้าสู่สากลโชว์5ผลิตภัณฑ์จากสตาร์ตอัป

 สวทช.-อย. ผนึกทีมวิจัยดิจิทัล AI รังสีวิทยาสมาคม ผลักดันผลิตภัณฑ์ AI การแพทย์ไทยเชิงพาณิชย์ สู่มาตรฐานสากล ร่วมกันออกเกณฑ์ สร้างผลิตภัณฑ์ ทดสอบ ให้ได้มาตรฐานสากล เน้นความแม่นยำ ปลอดภัย พร้อมการพิจารณาอนุญาต เปิดทางสตาร์ตอัปสายเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมโครงการ






ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)(สทนว.)และรังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย (รสท.) จัดงาน AISaMD (เอไอแซมดี) Demo Day: The first step ผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ไทย มุ่งสู่มาตรฐานในระดับสากล

          ภายในงานจัดแสดงผลงาน 5 ผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล พร้อมก้าวสู่การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ได้แก่ 1. ‘BITNET’ ระบบคัดกรองความผิดปกติในช่องท้องส่วนบนแบบเรียลไทม์ช่วยแยกกลุ่มโรคได้แม่นยำ 14 กลุ่ม 2. ‘TrueEye Health Screening’ แอปพลิเคชันประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นจอตาและโรคไตเรื้อรังจากรูปถ่ายจอประสาทตา 3. ‘AI Hip Fracture Detection’ ตรวจจับและระบุตำแหน่งกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์ 4. ‘Liversound’ ระบบช่วยคัดกรองมะเร็งตับด้วยอัลตราซาวด์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อพบรอยโรคที่มีความเสี่ยง 5. ‘Aiceda BreastX’ แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับตรวจหามะเร็งเต้านมเบื้องต้น รองรับการประมวลผลภาพจำนวนมาก ออกรายงานผลได้ทันที






โอกาสนี้ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป (Startup) นักพัฒนา และนักวิจัยที่มีนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ เข้าร่วมประเมินและทดสอบผลิตภัณฑ์ในช่วงนำร่องกับทางโครงการฯ เพื่อประเมินความพร้อม รับคำปรึกษาตามมาตรฐานสากล เตรียมความพร้อมสู่การยื่นขอขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ SQUAT  Tel: 0 2564 6900 ต่อ 2070, 2502, 2066  E-mail: squat@nectec.or.t Website:https://www.squat.in.th/ 



ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. กล่าวว่าความร่วมมือในวันนี้เป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง อย. ผู้กำกับดูแลหลักเกณฑ์ สวทน. ผู้สนับสนุนทุนและช่องทางเชิงพาณิชย์ สวทช. เป็นฐานการวิจัย ทดสอบทางเทคนิคมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ทางห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ หรือ SQUAT ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ความร่วมมือระหว่างเนคเทค สวทช. และ รสท. นำมาตรฐานทางเทคนิคมาผสานกับมาตรฐานทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะแปลผลได้ถูกต้องเป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผู้ใช้งาน

ระยะ 5 ปีต่อจากนี้ สวทช. จะนำโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนการตรวจสอบ AI ทางการแพทย์อย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะ ความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI ยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนงานวิจัยและกำลังคนผ่านศูนย์วิจัยแห่งชาติ นอกจากนี้ สวทช. จะทำหน้าที่หน่วยตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ตามที่ อย. มอบหมาย เพื่อเร่งกระบวนการขึ้นทะเบียนให้รวดเร็วขึ้น



ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย. ดำเนินงาน 3 ด้าน สำหรับการเข้ามาของซอฟต์แวร์และ AI  ได้แก่ 1. ให้คำปรึกษาเชิงรุก ให้ความรู้แก่ผู้วิจัยตั้งแต่ต้นทาง ให้การพัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดทางกฎหมาย 2.นำเกณฑ์ประเมินสมรรถนะและความปลอดภัยใช้เป็นหลักในการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ 3.พัฒนาบุคลากรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ให้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ


ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผอ.เนคเทค กล่าวว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมาได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่ใช้งานได้จริงจากห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ SQUAT จัดทำหลักเกณฑ์ประเมินสมรรถนะ ความปลอดภัย รวมถึง AISaMD Template เสมือนคัมภีร์ช่วยผู้ประกอบการลดเวลาการเตรียมเอกสารเทคนิคให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. ในปีที่ 2 จะยกระดับการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ไทย โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สทนว. และพันธมิตร อย. และ รสท. เพื่อปลดล็อกอุปสรรคให้ผู้ประกอบการไทยขออนุญาตขึ้นทะเบียน AI เครื่องมือแพทย์ จาก อย. ได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้โครงการ AISaMD เกิดจากโจทย์การสร้างกลไกเร่งด่วนที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลให้กับนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ของไทย  

ดร.นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ รองประธานกรรมการ AI รสท. กล่าวว่า คุณภาพและมาตรฐานการแปลผลของ AI อ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) ส่งผลต่อการตัดสินใจรักษาชีวิตคนไข้ โจทย์อยู่ที่ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของ AI เมื่อเทียบกับมาตรฐานวิชาชีพ รสท. จะเป็นกระดูกสันหลังในการประเมินผลผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.กำหนดมาตรฐานการแปลผล นำองค์ความรู้ทางรังสีวินิจฉัยมาตั้งเกณฑ์ความแม่นยำเพื่อลดความผิดพลาด 2.คัดเลือกข้อมูลอ้างอิง (Gold Standard) เป็นบรรทัดฐานการวัดประสิทธิภาพของอัลกอริทึม 3. ประเมินความสอดคล้องทางคลินิก เพื่อให้ระบบ AI สามารถใช้งานได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลทั่วประเทศ



ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผอ. สทนว. กล่าวว่า สทนว. มีเป้าหมายเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อดึงศักยภาพของนักวิจัยและสตาร์ตอัปไทยออกมาให้ได้มากที่สุด การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ นำความฉลาดของ AI ออกจากห้องวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม โดย สทนว. มุ่งสร้างผลลัพธ์ 3 มิติ ได้แก่ 1. ส่งเสริมให้นวัตกรรม AI ที่ผ่านการรับรองเข้าสู่ตลาดและระบบสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว 2.เชื่อมโยงสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech กับแหล่งทุนและนักลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรม  3.สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายพันธมิตรเพื่อบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง

ภายในงานมีการลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาการประเมิน ตรวจสอบ ทดสอบสมรรถนะ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์รวมถึง ซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ ระหว่าง สทนว. สวทช. และ อย. และ 2.ความร่วมมือภายใต้โครงการพัฒนาหลักเกณฑ์และบริการทดสอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล ระหว่าง เนคเทค-สวทช. และ รทส. เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐาน

 

# TrueEye Health Screening  #ดกรองมะเร็งตับ  #AIการแพทย์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น