สวทช.-อย. ผนึกทีมวิจัยดิจิทัล AI รังสีวิทยาสมาคม ผลักดันผลิตภัณฑ์ AI การแพทย์ไทยเชิงพาณิชย์ สู่มาตรฐานสากล ร่วมกันออกเกณฑ์ สร้างผลิตภัณฑ์ ทดสอบ ให้ได้มาตรฐานสากล เน้นความแม่นยำ ปลอดภัย พร้อมการพิจารณาอนุญาต เปิดทางสตาร์ตอัปสายเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมโครงการ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)(สทนว.)และรังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย (รสท.) จัดงาน AISaMD (เอไอแซมดี) Demo Day: The first step ผลิตภัณฑ์ AI
เครื่องมือแพทย์ไทย มุ่งสู่มาตรฐานในระดับสากล
ภายในงานจัดแสดงผลงาน 5 ผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล พร้อมก้าวสู่การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์
ได้แก่ 1. ‘BITNET’ ระบบคัดกรองความผิดปกติในช่องท้องส่วนบนแบบเรียลไทม์ช่วยแยกกลุ่มโรคได้แม่นยำ
14 กลุ่ม 2. ‘TrueEye Health Screening’ แอปพลิเคชันประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นจอตาและโรคไตเรื้อรังจากรูปถ่ายจอประสาทตา
3. ‘AI Hip Fracture Detection’ ตรวจจับและระบุตำแหน่งกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์
4. ‘Liversound’ ระบบช่วยคัดกรองมะเร็งตับด้วยอัลตราซาวด์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อพบรอยโรคที่มีความเสี่ยง
5. ‘Aiceda BreastX’ แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับตรวจหามะเร็งเต้านมเบื้องต้น
รองรับการประมวลผลภาพจำนวนมาก ออกรายงานผลได้ทันที
โอกาสนี้ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการ
สตาร์ตอัป (Startup) นักพัฒนา
และนักวิจัยที่มีนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์
เข้าร่วมประเมินและทดสอบผลิตภัณฑ์ในช่วงนำร่องกับทางโครงการฯ
เพื่อประเมินความพร้อม รับคำปรึกษาตามมาตรฐานสากล
เตรียมความพร้อมสู่การยื่นขอขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ SQUAT Tel: 0 2564 6900 ต่อ 2070,
2502, 2066 E-mail: squat@nectec.or.t
Website:https://www.squat.in.th/
ศ.ดร.ชูกิจ
ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. กล่าวว่าความร่วมมือในวันนี้เป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์
ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง อย. ผู้กำกับดูแลหลักเกณฑ์ สวทน.
ผู้สนับสนุนทุนและช่องทางเชิงพาณิชย์ สวทช. เป็นฐานการวิจัย
ทดสอบทางเทคนิคมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025
ทางห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ หรือ SQUAT ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
หรือ PTEC ความร่วมมือระหว่างเนคเทค สวทช. และ รสท.
นำมาตรฐานทางเทคนิคมาผสานกับมาตรฐานทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะแปลผลได้ถูกต้องเป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผู้ใช้งาน
“ระยะ 5 ปีต่อจากนี้ สวทช.
จะนำโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนการตรวจสอบ AI ทางการแพทย์อย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะ ความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI ยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล
ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
สนับสนุนงานวิจัยและกำลังคนผ่านศูนย์วิจัยแห่งชาติ นอกจากนี้ สวทช. จะทำหน้าที่หน่วยตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ตามที่
อย. มอบหมาย เพื่อเร่งกระบวนการขึ้นทะเบียนให้รวดเร็วขึ้น
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม
เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย. ดำเนินงาน 3 ด้าน สำหรับการเข้ามาของซอฟต์แวร์และ
AI ได้แก่ 1.
ให้คำปรึกษาเชิงรุก ให้ความรู้แก่ผู้วิจัยตั้งแต่ต้นทาง
ให้การพัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดทางกฎหมาย 2.นำเกณฑ์ประเมินสมรรถนะและความปลอดภัยใช้เป็นหลักในการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์
3.พัฒนาบุคลากรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ให้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ดร.ชัย
วุฒิวิวัฒน์ชัย ผอ.เนคเทค กล่าวว่าตลอด 1
ปีที่ผ่านมาได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่ใช้งานได้จริงจากห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์
SQUAT จัดทำหลักเกณฑ์ประเมินสมรรถนะ ความปลอดภัย รวมถึง AISaMD
Template เสมือนคัมภีร์ช่วยผู้ประกอบการลดเวลาการเตรียมเอกสารเทคนิคให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ
อย. ในปีที่ 2 จะยกระดับการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ไทย
โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก สทนว. และพันธมิตร อย. และ รสท.
เพื่อปลดล็อกอุปสรรคให้ผู้ประกอบการไทยขออนุญาตขึ้นทะเบียน AI เครื่องมือแพทย์ จาก อย. ได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้โครงการ AISaMD เกิดจากโจทย์การสร้างกลไกเร่งด่วนที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลให้กับนวัตกรรม
AI ทางการแพทย์ของไทย
ดร.นพ.ศุภฤกษ์
ถวิลลาภ รองประธานกรรมการ AI รสท. กล่าวว่า
คุณภาพและมาตรฐานการแปลผลของ AI อ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก (Chest
X-ray) ส่งผลต่อการตัดสินใจรักษาชีวิตคนไข้
โจทย์อยู่ที่ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของ AI เมื่อเทียบกับมาตรฐานวิชาชีพ
รสท. จะเป็นกระดูกสันหลังในการประเมินผลผ่าน 3 ด้านหลัก
ได้แก่ 1.กำหนดมาตรฐานการแปลผล
นำองค์ความรู้ทางรังสีวินิจฉัยมาตั้งเกณฑ์ความแม่นยำเพื่อลดความผิดพลาด 2.คัดเลือกข้อมูลอ้างอิง (Gold Standard) เป็นบรรทัดฐานการวัดประสิทธิภาพของอัลกอริทึม
3. ประเมินความสอดคล้องทางคลินิก เพื่อให้ระบบ AI สามารถใช้งานได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลทั่วประเทศ
ดร.จิตติ์พร
ธรรมจินดา ผอ. สทนว. กล่าวว่า สทนว.
มีเป้าหมายเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อดึงศักยภาพของนักวิจัยและสตาร์ตอัปไทยออกมาให้ได้มากที่สุด
การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ นำความฉลาดของ AI ออกจากห้องวิจัยไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม
โดย สทนว. มุ่งสร้างผลลัพธ์ 3 มิติ ได้แก่ 1. ส่งเสริมให้นวัตกรรม AI ที่ผ่านการรับรองเข้าสู่ตลาดและระบบสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว
2.เชื่อมโยงสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech กับแหล่งทุนและนักลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรม 3.สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายพันธมิตรเพื่อบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง
ภายในงานมีการลงนามความร่วมมือ
2 ฉบับ ได้แก่ 1.ความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาการประเมิน
ตรวจสอบ ทดสอบสมรรถนะ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์รวมถึง
ซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ ระหว่าง สทนว. สวทช. และ อย. และ 2.ความร่วมมือภายใต้โครงการพัฒนาหลักเกณฑ์และบริการทดสอบ
สำหรับผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล ระหว่าง เนคเทค-สวทช.
และ รทส. เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐาน
# TrueEye Health Screening
#ดกรองมะเร็งตับ
#AIการแพทย์













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น