เปิดตัว University Holding Consortium เชื่อมองค์ความรู้–งานวิจัย–ทุน–ตลาดทุน เพิ่มศักยภาพมหาวิทยาลัย ตั้งเป้าดันงานวิจัยสู่ธุรกิจ Wellness–การแพทย์–AI–เทคโนฯ ขั้นสูง
ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาเรื่องThailand New Economy: From Knowledge
to National Growth ในงานเปิดตัว University HoldingConsortium ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่15ก.ย.69
University Holding Consortium เป็นความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง บริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย พันธมิตรภาครัฐและเอกชน
จัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE
Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท
เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจเศรษฐกิจยุคใหม่และเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep-Tech)
ศ.ดร.ยศชนัน
กล่าวว่า กระทรวง อว. มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ผลักดัน University
Holding Company เพื่อนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปสร้างธุรกิจอย่างเป็นระบบ
ทำให้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสร้างมูลค่าได้จริง
ตั้งแต่การพัฒนาคัดกรองให้มีคุณภาพ ศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยีและตลาด การอนุญาตให้ใช้สิทธิ
(Licensing) การจัดตั้งธุรกิจต่อยอดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
(Spin-off)
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่าขั้นต่อไปคือเชื่อมมหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็น
University Holding Consortium เพื่อทลายข้อจำกัดที่แต่ละมหาวิทยาลัยต้องลงทุนเฉพาะเทคโนโลยีของตนเอง
เปิดให้ค้นหา ประเมิน และร่วมลงทุนในเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยอื่นได้ เกิดการรวมเงินลงทุนและการร่วมลงทุน
(Co-invest) เพิ่มขนาดเงินลงทุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนภายนอก
ทั้งจะช่วยขยายการทดลองจากมหาวิทยาลัยหนึ่งไปสู่การใช้งานร่วมกันในหลายๆสถาบัน
โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสุขภาพที่ต้องมีการทดสอบ ศึกษาวิจัยในหลายศูนย์ (Multi-center)
เพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในการขยายตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ
อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งใน 15 มหาวิทยาลัยที่จัดตั้ง University
Holding Company สำเร็จ กล่าวว่า University Holding
Consortium จะทลายข้อจำกัดด้านเงินทุนและความเชี่ยวชาญของแต่ละมหาวิทยาลัย
เปิดให้บริษัทโฮลดิ้งร่วมลงทุนในเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยอื่น การทำงานร่วมกันในระดับเครือข่าย
ทั้งนี้ Consortium
จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ USC Synergy เชื่อมงานวิจัยและเทคโนโลยีข้ามมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างการร่วมลงทุน (Co-investment)
Venture Builder พัฒนาทีม เทคโนโลยี
และรูปแบบธุรกิจให้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาด และ Catalyst สนับสนุนธุรกิจในระยะขยายตัว
เชื่อมโยงเงินทุน ตลาดทุน และเป้าหมายการเติบโต เช่น
การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการควบรวมและซื้อกิจการ
(M&A)
ด้าน นายจักรชัย
บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า
PE Trust จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนให้กับธุรกิจ New
Economy ในช่วงขยายกิจการ
พร้อมสนับสนุนการยกระดับธุรกิจทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล
และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน โดย CMDF จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการร่วมลงทุนจากภาครัฐและเอกชน
เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตและเข้าสู่ตลาดทุนได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างเตรียมเปิดรับสมัคร Trust Manager ช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้
ควบคู่กับการเปิดรับผู้ร่วมลงทุน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น